แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โรคแคงเกอร์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โรคแคงเกอร์ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2560

กวาดล้างโรคแคงเกอร์ ให้หายสนิท

หลังจากที่ ตัดแต่งกิ่งมะนาว  มะกรูด ที่ ติดแคงเกอร์ อย่างหนัก โดย ที่ใบส่วนใหญ่

ภาพ ตัดแต่งกิ่งอย่างหนัก

หลัง จากนั้น ให้ พ่นยา    Super C  สัก 2 หรือ 3 รอบ

ให้ เตรียม รักษายอดอ่อนมะนาว ที่แตกออกมาใหม่ จะถูก



แมลง+หนอน จะ ชอบเข้าทำลาย ให้ ใช้ สูตรยา 1-4-8


ผู้เขียนแนะนำ ยา โปรวาโด สลับ เซพวิน 85



และ พ่นยา Super C ครบ  2 รอบ ให้มาตรวจ สภาพต้นมะนาว

ดูรอยโรคแคงเกอร์ หากพบว่า ยังมี ให้ พ่นยา Super C  1 รอบ



ดูรอยแผล ของโรคแคงเกอร์ที่กิ่ง หากพบ ให้เอามีดขูดออกเสีย

ใช้ Killer B ที่หมักแล้ว พ่นให้ทั่ว ทุก 3 วัน หรือ ให้บ่อยที่สุด

พ่น Killer B ไป เรื่อยๆ จน ครบ 10 ครั้ง ใบมะนาวจะงาม ใหญ่



ต่อมา พ่น เรื่อยๆ Killer B ยามว่าง ติดต่อกัน  นาน 3  เดือน


สุดท้ายในปีแรก ให้ พ่น Killer B อย่างน้อย เดือนละ 1 ครั้ง

จะส่งให้ ไม่มีโรคแคงเกอร์ รากเน่า มารบกวนอีกเลย



ใบ  และ ผล มะนาว มะกรูด จะมี ขนาดใหญ่ขึ้น ราวๆ  20%


การใช้ Killer B คิลเลอร์ บี รักษาโรคแคงเกอร์

1.   Killer B คิลเลอร์ 1 ซองเล็ก ผสม แลคตาซอย 2 กล่อง รวม 600 มล.
2.   เติม น้ำตาล  2 ช้อนชา หมัก นาน 3 ถึง 10 วัน  เปิดฝาทิ้งไว้ เขย่า ขวด หรือ
   ให้  ออกซิเจน วันละ 20 นาที
3.     แบ่งยา Killer B คิลเลอร์ บี ที่หมัก แล้ว 100 มิลลิลิตร ต่อ น้ำ 20 ลิตร
4.     ฉีดพ่นให้ทั่ว ต้นมะนาว ให้ พ่นโดนทุกใบมะนาว



วันพฤหัสบดีที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

การจัดการ โรคแคงเกอร์ ด้วยตนเอง


             โรคแคงเกอร์  เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย   สามารถ โจมตี พืชตระกูลส้ม  มะนาว  และ มะกรูด

หน้าตาของโรคเป็น    จุดเหลือง   พบที่ใบพืช  มักระบาดมากในฤดูฝน  หรือ มีลมแรง ทำให้ ใบ

เสียหาย การสังเคราะห์แสงที่ลดลง ผลผลิตจะลดลง  หากโรคระบาดรุนแรง  กิ่งมะนาวจะ

แห้งตายได้เลย




การจัดการโรคแคงเกอร์ด้วยตนเอง ง่ายๆ ก็คือ พบใบไหน  กิ่งไหน เป็นให้ตัดทิ้ง  แล้วเผาทำลาย

 สำหรับต้น ที่ติดโรคแคงเกอร์  ทางเลือก ให้ ถอนทิ้ง เอาไปเผา   หรือ ใช้ ยาฆ่าเชื้อที่มีประสิทธิภาพ

สูงแต่ราคาไม่แพงเกินไป    ซึ่งอาจใช้ ไฮโดรเจน ล้างแผล  พ่นบริเวณที่ติดโรคแคงเกอร์ได้

นอกจากนี้  อาจเลือกสินค้าทางเลือกอื่นๆ  ได้   สำหรับมะนาวต้นอื่น  ที่ยังไม่เป้นโรคควรตัด

แต่งกิ่งให้แสงผ่านได้  เต็มที่ จะช่วยฆ่าเชื้อโรคแคงเกอร์ได้ดี




                 จากภาพ กิ่งที่ติดโรคแคงเกอร์ ควรตัดทิ้งแล้วเผาทำลาย เสีย จะเป็นการทำลายเชื้อโรค

ที่ดี ที่สุด ปัจจุบัน การควบคุมโรคแคงเกอร์ ตามมาตราฐานทั่วไป จะใช้สารกลุ่มทองแดง ที่มี 

ข้อเสีย คือ มี ประสิทธิภาพต่ำ  และ ทองแดง คือ โลหะหนักที่มีพิษต่อมนุษย์


หากไม่มียาใดๆ เลย ทำไง

  1. ตัดแต่งกิ่งใบออกให้หมด 
  2. กิ่งไหน ติดโรคตัดทิ้ง เผาทำลาย
  3. ลำต้นหลัก บริเวณติดโรคให้ ใช้มีดกรีด ลอกเปลือกออก
  4. ทาแผลด้วย ปูนแดง หรือ แอลกอฮอล์ล้างแผล 
  5. รอใบชุดใหม่ จะไม่มีโรค ให้รักษาใบอ่อน สูตร 1-4-8



ภาพต้นมะนาว  ก่อน ตัดกิ่งใบทิ้ง



ภาพต้นมะนาว หลังตัดใบ กิ่งที่ติดแคงเกอร์ทิ้ง


กรณี ต้องการควบคุมโรคแบบปลอดสารพิษ

แนะนำใช้ ผลิตภัณฑ์ Killer B ปราบโรคแคงเกอร์ และ รากเน่า โคนเน่า 

สนใจอ่านแนวคิดของ ผลิตภัณฑ์ Killer B คลิก 

วันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

เริ่มต้น ได้ดี กับ กิ่งพันธุ์ปลอดโรค

มะนาว และ ส้ม กับ โรคแคงเกอร์ เป็น ของ คู่กัน มานานแสนนาน

แต่เราสามารถ เปลี่ยนแปลงได้ ว่าสวนเรา ต้องปลอดแคงเกอร์ได้

ทำการเริ่มต้น ให้ถูกต้อง โรคแคงเกอร์ จะไม่มีมันง่ายขึ้นเยอะเลย





ผู้เขียน มี เทคนิค 3 ข้อ จัดสวนให้ไม่มีโรคแคงเกอร์ เลยก็คือ


1 ใช้ กิ่งพันธ์ุที่ปลอดโรคแคงเกอร์

สนใจ กิ่งมะนาวปลอดโรคแคงเกอร์ คลิก



2  ฆ่าเชื้อกิ่งพันธุ์ที่ได้มาด้วย ยา Super C

ยา Super C 1 ซอง ผสมน้ำสะอาด 60 ลิตร + น้ำยาล้างจาน 20 มล

แช่กิ่งมะนาว ให้จมน้ำยา นาน 30 นาที




3 ป้องกันโรคแคงเกอร์เข้าสวน

ปลูกไม้กันลม สนฏิพัทธ์ ขวางทิศทางลมเข้าสวน

ใช้แบคทีเรีย คิลเลอร์บี พ่นใบมะนาว ทุก 2 ถึง 3 เดือน


ทำแค่นี้ 3 ข้อ ตอนเริ่มต้นสวนมะนาว สวนส้ม รับรอง ปลอดแคงเกอร์


วันศุกร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2560

ขายครับ สินค้า 2 ตัว ที่จะทำให้โรคแคงเกอร์เป็นอดีต ที่ไม่หวนกลับ

กว่า 11 ปี ที่ผม อยู่ในวงการ คนปลูกมะนาว ผมรักในรสชาดเปรี้ยว ของมันดื่มน้ำมะนาว

แล้วมันสดชื่นจริงๆ มีแต่ สุราผมยังใส่มะนาวเลย 5555 แต่ สิ่งหนึ่งที่มารบกวนมะนาวที่รัก

ของผมมันก็คือ โรคแคงเกอร์ นั่นเอง ต้นมะนาวหากได้ติดโรคแคงเกอร์ไปแล้ว หายยาก

รักษาไม่หายเมื่อ 10 ปี ที่แล้ว ผมก็คิดแบบนี้ ผมพยายามเสาะหา ยามารักษาโรคแคงเกอร์



หลายปี ก็หาไม่ได้ จนมาวันหนึ่ง หายารักษาโรค มันเป็นหน้าที่ ของใคร ใช่ ยามันคือหน้าที่

เภสัชกร  เภสัชกรไม่ใช่แค่คนจ่ายยา เท่านั้น การผลิตยา การคิดค้นยาใหม่ เภสัชกรก็ทำได้

โอ้ จริงด้วยสิ วิชาต่างๆ มากมาย ทั้งระเบียบวิธีวิจัย สถิติ ระบาดวิทยา จุลชีววิทยา เภสัชวิทยา

การทบทวนวรรณกรรม ผมเรียนมาหมดแล้ว นั่นมันพอเพียง ที่ สามรถทำวิจัย หาวิธีการรักษา

โรคพืช จากแบคทีเรีย อย่างโรคแคงเกอร์ อยู่ จริงๆแล้ว แบคทีเรีย ตัวนี้ มันไม่ร้ายแรงเท่า




โรควัณโรค  หรือ โรคติดเชื้อในกระแสเลือด หรือ แม้แต่โรคเอดส์ด้วยซ้ำไป แต่แคงเกอร์

มันก็ยังหยามเกียตริ ผม ด้วยการโจมตีสวนมะนาวที่รักของผม มาหลายปีมาก มาปีนี้

ผมค้นพบวิธี รักษาโรคแคงเกอร์ให้หายขาดแล้ว โดยการใช้ 3 สิ่งนีั้ ก็คือ

  • ยา Super C ซุปเปอร์ซี
  • การตัดแต่งกิ่งใบจัดหนัก
  • ยา  Killer B คิลเลอร์บี 


วิธีและรายละเอียดดูได้ จากภาพด้านล่าง




ผมเภสัชเอก  นายศุภรักษ์ ศุภเอม ขอรับรองว่า หากใช้วิธีที่ผมไปแนะนำแล้ว 

โรคแคงเกอร์หายขาดแน่นอนครับ  ด้วยเกียตริ ของลูกผู้ชายเภสัชกรครับผม 

สนใจสั่งซื้อ  ยา Super C ซุปเปอร์ซี และ  ยา  Killer B คิลเลอร์บี 




หรือ ติดต่อ อีเมล newfrxbaby@gmail.com







วันจันทร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2560

หมดปัญหา ขายมะนาวไม่ได้ปลูกแป้นรำไพ ปลอดโรค

แป้นรำไพ ขายง่าย ราคาดี แต่ดูแลยาก แคงเกอร์กวน วันนี้เรามีทางแก้

หมายความว่า หาก เบื่อ แป้นพิจิตร ที่ ขายยาก เรามีทางออก ดังนี้ ในการปลูกมะนาว

แป้นรำไพ เพื่อขาย แบบไม่โดนแคงเกอร์กวน ให้ทำ แบบนี้ 7 ข้อ


1 ใช้กิ่งพันธุ์แป้นรำไพปลอดโรคแคงเกอร์ สามารถสั่งจองล่วงหน้าได้ ราคากิ่งละ 50 บาท


2 หากไม่แน่ใจ แช่กิ่งด้วย น้ำยาฆ่าเชื้อ อะไรก็ได้ ในกิ่งตอนที่เราได้มา ยกตัวอย่าง ด่างทับทิม  1 ขวด  ต่อน้ำ 1000 ลิต ไฮโดรเจน เพอออกไซต์ 200 มิลลิลิตร ต่อ น้ำ 40 ลิตร แช่นาน  30 นาที ที่แนะนำ คือ Super C


3 เพาะไตรโครเดอร์ม่า จุุ่มรากมะนาวก่อนปลูก แนะนำ ของ ม.เกษตร กำแพงแส ราคาขวดละ 100 บาทสามารถ ขยายเชื้อ ได้ โดยผสมกับข้าวสวย 0.5 kg ต่อ ผงไตรโคเดอร์ม่า 1 เหยะาะ รอหมักกับข้าวสวย นาน3-5 วัน เชืื้อ จะเจริญดี




4 ปรับ ความเป็นกรดด่างของดิน ได้ 6.0-7.0 โดยวัดค่ากรดด่างของดิน ทุก 6 เดือน และใส่ปูนขาว หากพบว่าดินเป็นกรดจัด



5 เลี้ยงหน้าแข้ง สูง 2 ฟุต กรณีปลูกลงดิน  ส่วนปลูกวงบ่อ หน้าแข้งสูง 1 ฟุต พอ


6 ตัดแต่งกิ่งให้ทรงพุ่มโปร่ง แสงแดดส่องทั่ว  โยตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่ง แสงส่องถึง ทุก 4 เดือน




7 เติม ไตรโคเดอร์ม่า ให้ต้นมะนาว ทุก 6 เดือน โดยผสมน้ำ ราดทรงพุ่มและใบ จะช่วยป้องกันแคงเกอร์ และรากเน่าโคนเน่าได้อีกด้วย


8 ใช้ Killer B หมักกับ แลคตาซอย พ่นป้องกัน โรคแคงเกอร์ ทุก  2 เดือน 

การผสม Killer B
นำ Killer B 1ซอง แลคตาซอย 500 มล. + น้ำตาล 5 ช้อนชา  ผสมให้เข้ากัน  เขย่าแรงๆ
ในขวดน้ำสะอาดขนาด มากกว่า 1 ลิตร เปิดฝา ทิ้งไว้ 72-86 ชม.ในที่ร่มเปิดฝา เขย่า บ่อยๆ


คิลเลอร์บี


การใช้งาน Killer B
แลคตาซอย หมัก Killer B 100-200 มล (เขย่าก่อน). ผสม น้ำ 20 ลิตร และ น้ำยาล้างจาน 20 มล.

พ่นมะนาวได้ 1 ไร่ หรือ มะนาว  100-200 ต้น  ควรพ่นตอนเย็น จะดีกว่า

วันอาทิตย์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2560

ป้องกันโรคแคงเกอร์ ก่อน สายเกินแก้ ใบมีจุดเหลือง

ไม่ว่าจะเป็น มะนาว มะกรูด ส้ม หรือ ส้มโอ สามารถเป็นโรคแคงเกอร์ได้

ลักษณะแคงเกอร์ จะพบว่า ใบมีจุดเหลือง ตรงกลางจุดมักมีสำน้ำตาลแก่


ลักษณะ โรคแคงเกอร์




โรคแคงเกอร์ สามารถทำลายใบ  กิ่ง  และ ผลมะนาว ส้ม ให้เสียหายได้ รุนแรงมากๆ

มะนาว มะกรูด ส้ม อาจถึงขั้น ยืนต้นตายได้เลย  โรคนี้รักษายากมาก ไม่ว่าจะเป็น พวก

คอปเปอร์   ซิงค์นาโน หรือ แม้ แต่แบคทีเรีย บาซิลลัส เบอร์ 3 ก็ไม่สามารถ รักษา โรคแคงเกอร์

ให้หายขาดได้  ยกเว้น สูตรลับมังกรคู่ Super C แล้วตามด้วย  Killer B แบบเภสัชเอก

ยา Killer B ของเภสัชเอก


แต่อย่างไรก็ตาม เราสามารถป้องกันโรคแคงเกอร์ได้ โดยใช้ วิธีต่อไปนี้


1 ปลูกด้วยกิ่งพันธุ์ปลอดโรค แล้วพ่น Killer B หมัก แลคตาซอย ทุก 6 เดือน


2 กรณี ไม่ได้ใช้กิ่งพันธุ์ปลอดโรค ให้  พ่น Killer B หมัก แลคตาซอย ทุก 3 เดือน

หากไม่มี Killer B ให้แช่ง กิ่งพันธุ์ด้วย ด่างทับทิม หรือ ไฮโดรเจนเพอออกไซด์ 1ต่อ 10 นาน 30 นาที

3 ตัดแต่งกิ่งให้ทรงพุ่มโปร่ง  แสงแดด ส่องถึง ทุก 4 ถึง 6 เดือน 


***เมื่อไม่พบการระบาด ครบ 1 ปี ปรับเป็นพ่น พ่น Killer B หมัก แลคตาซอย ทุก 6 เดือนแทน ***


การใช้ Killer B 1 ซองสามารถพ่นมะนาวได้ ประมาณ 100-150 ต้น

ส่วนส้ม พ่นได้ 70-130 ต้น    และ  ส้มโอ ได้ 60-100 ต้น

4 ให้เดินตรวจแปลง ทุก 7 วัน กรณี พบโรคแคงเกอร์ ให้ตัดกิ่งใบ เอาไปเผาทำลาย
ให้ พ่นด้วย Super C หรือ ฟังกูราน เมื่อมีการระบาด




LINE ID  สำรอง คือ  supparuksuppaaim 


วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559

ปราบแคงเกอร์หน้าฝน ต้องเล่นของโหด ด้วย Super C ตาม ด้วยKiller B

หากเรา ไม่กำจัดโรคแคงเกอร์ให้ สิ้นซากก่อนเข้าฤดูฝน แล้ว ปัญหาจะตามมาทันที


เพราะ หากฝนตกเกือบทุกวัน ไม่ว่าคุณจะใช้ ฟังกูราน แคงเกอร์น็อค หรือ Killer B


ฝนจะชะล้าง ตัวยาออกจากใบมะนาว ตกลงสู่พื้นดิน ทันที ทำให้เชื้อโรคแคงเกอร์


สามารถเริงร่า อยู่ในกิ่ง ใบมะนาวของต้นได้ต่อไป  แต่ตอนนี้ ผมเภสัชเอกมีทางแก้



นั่นคือ การใช้สารเคมี ใน ยาใหม่ มีชื่อว่า Super C ซุปเปอร์ซี ตัวยาละลายน้ำ แล้ว


ปลดปล่อย แก๊ส ออกมาฆ่าเชื้อโรคแคงเกอร์ ได้ อย่างรวดเร็วภายใน 30 นาที


หากพ้น 60 นาทีไปแล้ว มีฝนตกมา ก็ไม่ทำให้ ฤทธิ์เดชของ Super C ซุปเปอร์ซี นั้น

มันลดลงแต่อย่างใด หลังจากนั้น เราประเมินดูอาการโรคแคงเกอร์ 3 วัน หลังพ่น

ยา Super C ซุปเปอร์ซี หากอาการไม่สงบ พ่น Super C ซุปเปอร์ซี ซ้ำอีก 1 ครั้ง

อาการโรคสงบ คือ แผลแห้ง ไม่มี จุดเหลืองเพิ่ม หรือ รุกลาม ออกไป อีก ใบเกิดใหม่ไม่มีโรค

แต่ถ้าโรคแคงเกอร์สงบ ปิด Job ด้วยการพ่น Killer B  3-5  ครั้ง โดยแต่ละครั้ง

Killer B

พ่น Killer B ห่างกัน 3 วัน แค่นี้ โรคแคงเกอร์ ในหน้าฝนก็หายไปแล้ว เยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

โดยเรา สามารถ ป้องกัน โรคแคงเกอร์ โดย พ่น Killer B ทุก  2 เดือน ได้ 

ท่านสามารถสั่งซื้อ ยา คู่ มังกรพยอง Killer B + Super C โดยราคาขายเป็นชุด

ชุดเล็ก  370 บาท ชุดกลาง 570 บาท
ชุดใหญ่ 870 บาท ชุดจัมโบ้ 1500 บาท

โดย ชุดเล็ก ในมะนาว ไม่เกิน 80 ต้น
ชุดกลาง มะนาว ไม่เกิน 180 ต้น
ฃุดใหญ่ มะนาวไม่เกิน 320 ต้น
ชุดจัมโบ้ มะนาวไม่เกิน 840 ต้น




วันเสาร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2559

ปราบโรคแคงเกอร์หน้าฝน ทำไงเอาอยู่ กรณีใช้แบคทีเรีย

                        ตอนนี้ ผู้เขียนเองเลิกใช้ ทองแดง หรือ คอปเปอร์ ในการปราบโรคแคงเกอร์ แล้ว เพราะ ทองแดงเป็นโลหะหนักเกิดพิษสะสมได้    เลยหันมาใช้แบคทีเรียแทน  โดยผู้เขียนใช้ Killer B ที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ขึ้นมาเอง  หากผู้อ่นไม่สามารถหาซื้อ Killer B ได้แนะนำ ให้ใช้ บีเอส พลายแก้ว ของชมรมเกษตรปลอดสารพิษ  สามารถรักษาโรคแคงเกอร์ได้เช่นกัน 


                         ปกติ ถ้าฝนไม่ตก พ่น Killer B 4 หรือ 5 รอบ โรคแคงเกอร์ก็หายสนิทแล้ว แต่เมื่อฝนตก ฝนจะชะล้าง Killer B ออกจากใบและกิ่งมะนาว ลงสู่พื้นดิน แต่ผม ยัง ก็สามารถปราบโรคแคงเกอร์ให้หายได้ ในหน้าฝน โดย หากพ่น Killer B แล้ว ฝนตกลงมา ก็พ่น Killer B ซ้ำอีกครั้ง จากที่เคยหมัก Killer B นาน 2 วัน ผมก็หมัก Killer B นาน 5 วันไปเลย นอกจากนี้ การให้อากาศ กับ Killer B ด้วยการเขย่า วันละ 3 ครั้ง เป็นอย่างน้อย  ผมก็ใช้ การเปิด เครื่องออกซิเจน ตู้ปลา โดยเปิดนานครั้งละ 5-10 นาที วันละ 3 ครั้ง

                                 เป็นอย่างน้อย โดยเราจะหมัก Killer B ในภาชนะ ขนาด มากกว่า 5 ลิตร เพื่อ ป้องกันไม่ให้เกิดฟองของแลคตาซอย หมักกับ Killer B ต้องระวังฟองที่เกิดขึ้นด้วย กรณี หมัก Killer B นานหลายวัน เราสามารถเพิ่ม แลคตาซอย และน้ำตาลได้ เพื่อที่ให้มั่นใจว่า แบคทีเรีย Killer B มีอาหารมากพอ และมีอากาศมากพอ โดยเราจะใช้การเกิด เครื่องออกซิเจน ตู้ปลาช่วยนั่นเอง การที่ เรานั้น หมัก Killer B นานกว่า 5 วัน และใช้ เครื่องออกซิเจน ตู้ปลา จะทำให้ ประสิทธิภาพ การรักษาโรคแคงเกอร์เพิ่ม ขึ้นกว่า 10 เท่า และ เป็น วิธี ที่รับรองผลว่า เราจะสามารถรักษาโรคแคงเกอร์ได้หายขาดแน่นอน



โดยใช้เทคนิค 3 ข้อ

1. ฝนตกลงมา ก็พ่น Killer B ซ้ำอีกครั้ง
2. หมัก Killer B นานอย่างน้อย 5 วัน
3. เปิด ใช้เครื่องออกซิเจน ตู้ปลาวันละ 3 ครั้ง

วันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

4 วิธีป้องกันโรคแคงเกอร์แบบชิวๆ

โรคแคงเกอร์เป็นโรคที่กวนใจชาวสวนมะนาว สวนส้ม และมะกรูดมากพอสมควร
 เพราะโรคนี้สร้างความเสียหายต่อกิ่ง  ใบ และผลมะนาว หรือพืชตระกูลส้ม
โรคแคงเกอร์นั้นเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ที่ระบาดหรือติดต่อได้อย่างรวดเร็วมาก
การรักษาโรคให้หายขาดมีความเป็นไปได้น้อย  การใข้สารกลุ่มคอปเปอร์นั้น
ช่วยควบคุมโรคได้  แต่อย่างไรก็ตามโรคแคงเกอร์มักไม่หายขาด เมื่อหน้าฝน



หรือเมื่อมีความชื้นสูง  หรือ  ลมพายุ โรคแคงเกอร์มักกลับมาระบาดเสมอๆ  
ต่อไปนี้ คือ 4 วิธีป้องกันโรคแคงเกอร์ที่ได้ผลได้แก่

  1. ใช้กิ่งพันธุ์ปลอดโรคแคงเกอร์ ที่มีการรับประกันคุณภาพ
  2. แช่กิ่งตอนด้วยแลคตาซอยหมัก Killer B 60 นาที ก่อนปลูก
  3. พ่นเชื้อแบคทีเรีย Killet B ทุก 2 ถึง 3 เดือนต่อครั้ง
  4. ตัดแต่งกิ่งให้โปร่ง  แสงเข้าถึงทุกกิ่งใบ 100% เต็ม

และทั้งหมดนี้คือวิธีป้องกันโรคแคงเกอร์แบบรับรอง 100% ได้ผลแน่นอนครับ

วันจันทร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ปัญหา หน้าฝน แคงเกอร์เจ้าตัวร้าย ตายยาก 1

ปราบแคงเกอร์ให้ได้ผลเด็ดขาดทำยังไง เริ่มท้อแล้ว



   มะนาวทั้งสวน  ใบมีจุดเหลือง  เต็มไปหมด  เป็นมาก เกือบทุกต้น ใช้ยาอะไรก็
ไม่หายฟังกูราน  หรือ แม้แต่ Killer B ก็เอาไม่อยู่ ผมอยากบอกว่า  คุณพลาดแล้ว ล่ะครับ
หากไม่อยากเจองานยาก  ควรป้องกัน หรือรักษา โรคแคงเกอร์  ก่อนเข้าหน้าฝน
ใช้ Killer  B ก่อนหน้าฝนมันจะง่ายมาก  เมื่อมีฝนตก  เชื้อแคงเกอร์จะลอยตามลม



และไปกับน้ำฝนที่โปรยปราย ความชื้น  ที่มีมาก ทำให้เชื้อแคงเกอร์ ระบาดหนักมาก
เอาละและจะปราบแคงเกอร์หน้าฝนอย่างไร  ให้ได้ผลดี  มันมีสูตรสามขั้นตอนคือ

  1. ตัดแต่งกิ่งระดับทำสาว
  2. หมัก Killer B ขั้นเทพ
  3. พ่น Killer B แบบสายโหด
แล้วอย่าลืมมาติดตามต่อ ครับ ว่าจะปราบโรคแคงเกอร์อย่างไรให้เอาอยู่ น่ะครับ


วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

รักษาโรคแคงเกอร์ ใน มะนาวให้หายขาด แบบชาวสวนปลอดภัย

การรักษาโรคแคงเกอร์ในมะนาวให้หายขาด โดยไม่ใช้สารเคมี

หรือ สารพิษใดๆ เลย หลักการมี 7 ข้อ 


1 ต้องกำจัด ทำลาย กิ่ง ก้านใบ ที่ติดโรคแคงเกอร์ออก ให้มากเข้าไว้

2 ต้นมะนาวบางต้น ติดโรคอย่างหนักเกินเยียวยา ต้อง ฌาปนกิจซ่ะ

3 ใช้แบคทีเรียดี(พระเอก) ฆ่า แบคทีเรียร้าย(ก่อโรคแคงเกอร์)

4 เพาะขยายพันธุ์แบคทีเรียดี ให้น้ำ ให้อาหาร เลี้ยงให้โต ให้แข็งแรง

5 พ่นเชื้อแบคทีเรียดี ( เชื้อ Killer B คิลเลอร์บี) 4 รอบเพื่อฆ่าล้างบางแบคทีเรียร้าย

6 พ่นเชื้อแบคทีเรียดี (เชื้อ Killer B คิลเลอร์บี )กระตุ้น คุ้มครองมะนาวให้ปลอดโรคแคงเกอร์
 ทุก 2 เดือน

7 ตัดแต่งกิ่งมะนาวให้แดดส่อง ทุก  3 เดือน เพื่อ ลดการสะสม แบคทีเรียร้าย(ก่อโรคแคงเกอร์)


ภาพ ผลการทดสอบประสิทธิภาพ นมหมัก เชื้อ Killer B คิลเลอร์บี






ส่วนผสม
·      หัวเชื้อแบคทีเรีย เชื้อ Killer B คิลเลอร์บี  ชนิดผง 1 ซองเล็ก
·      นมแลตตาซอย 1 กล่อง 500-600 ml
·      น้ำตาลกลูโคส หรือ น้ำตาลทราย 2-3 ช้อนชา

การเตรียม
      ผสมให้เข้ากันในโถพลาสติก ขนาด 5-10 ลิตร หมักไว้ในห้องที่มีอากาศร้อน (อย่าปิดฝา)  แต่ไม่ให้โดนแสงแดด ระหว่างนั้น ควร คนบ่อยๆ  เก็บไว้นาน 4-7 วัน   จึงนำมาใช้ได้  พยายาม อย่าให้มดขึ้นด้วย  เวลาใช้

การเก็บรักษา

  • ไว้ในอุณหภูมิห้อง 25-30 องศา เติม แลตตา ครั้งละ 100 ml ทุก 7 วัน(ห้ามปิดฝา) ยานี้ อยู่ นอกตู้เย็น ได้นาน 35 วัน
  • เก็บในตู้เย็น อุณหภูมิ 2 - 8 องศา ก่อนใช้ ใส่น้ำตาล 2 ช้อนชา  ตั้งไว้ที่อุณหภูมิห้องนาน            24-36 ชั่วโมง  (เก็บในตู้เย็นได้ 6 เดือน )

การใช้งาน 

นำน้ำนมหมักเชื้อเชื้อ Killer B คิลเลอร์บี  ที่ได้ 150 ml ไป ผสมน้ำ 20 ลิตร (อย่าให้มีคลอรีน)  และ ผสมสารจับใบ  20 ml  ในการพ่นใบมะนาว มะกรูด ส้ม ที่เป็นโรคแคงเกอร์ ควรพ่นตอนเย็นจะได้ผลดีกว่า พ่นตอนเช้า

*** กรณี ติดเชื้อแคงเกอร์ที่กิ่งมะนาว ใช้ น้ำนมหมักเชื้อKiller B คิลเลอร์บี
                     ทาที่กิ่งโดยตรงไม่ผสมน้ำ ***





$$$ วิธีนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ สารกลุ่มคอปเปอร์ และ สเตรปโตมัยซิน ก็รักษาแคงเกอร์ได้ผล $$$




ปล. ผมได้ทำ แบคทีเรีย  Killer B คิลเลอร์บี  ออกขาย แล้ว ชุด ละ 200 บาท มี 4 ซอง
2 ฃุด 300 บาท  และ 4 ชุด 450 บาท 5 ชุด 500 บาท  ค่าส่งฟรี  โอนเงิน ตามบัญชีกรุงไทย ออมทรัพย์  434-119-3414



โอนเงินแล้ว ติดต่อเภสัชเอก 0823074103
 ส่งหลักฐานการโอนเงินที่
 อีเมล newfrxbaby@gmail.com หรือ https://www.facebook.com/AkeLimeGarden/
ควร ขอเป็นเพื่อนผม ใน facebook ก่อนน่ะครับ





วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

เคล็ดวิชา รักษาโรคแคงเกอร์ ใน มะนาวให้หายขาด ตอนที่ 1

เคล็ดวิชา รักษาโรคแคงเกอร์

เนื้อหา ประกอบด้วย

  • พื้นฐานความรู้เกี่ยวกับโรคแคงเกอร์และแบคทีเรีย
  • หลักการปฏิบัติในการรักษาโรคแคงเกอร์
  • เคล็ดวิชาการรักษาแคงเกอร์แบบเภสัชเอก
  • ตัวอย่าง การรักษาโรคแคงเกอร์แบบเภสัชเอก
  • คำถามทดสอบความเข้าใจผู้เรียน
                โรคแคงเกอร์นั้นมีสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรีย ที่มีชื่อว่า Xanthomonas axonopodi. pv citri. กล่าวแบบสั้นๆ ก็คือ โรคแคงเกอร์ สาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรียนั่นเอง โรคแคงเกอร์นั้นจะระบาดมากเมื่อมีความชื้นสูง กระแสลมแรง และ หนอนชอนใบเข้าทำลายใบมะนาว หรือ ใบส้ม จะทำให้โรคแคงเกอร์ระบาดมากขึ้น การกำจัดโรคแคงเกอร์เริ่ม จากการตัดกิ่งใบที่เป็นโรคทิ้งไปให้มากที่สุด   โรคแคงเกอร์ มัก พบกับ มะนาว มะกรูด ส้ม  โดยเฉพาะ มะนาวแป้นรำไพ ที่ เป็นมะนาวที่แม่ค้าในตลาด นิยมมากที่สุด เป็น โรคแคงเกอร์ บ่อยมาก  นอกจากนี้ มะนาวแป้นพวง มะนาวแป้นจริยา ก็ อ่อนแอต่อโรคแคงเกอร์  ส่วนมะนาวแป้นพิจิตร กับ มะนาวตาฮิติ ทนต่อโรคแคงเกอร์ดีพอสมควร โรคนี้มักพบที่ใบจะมีรอยโรคเป็นจุดสีน้ำตาล และอาจเกิดแผลที่ใบอาจมีรอยแตกร้าว 


พื้นฐานความรู้เกี่ยวกับโรคแคงเกอร์และแบคทีเรีย
  1. หลีกเลี่ยงสารเคมี หรือ ยาปฏิชีวนะ หากจำเป็นให้ใช้ สารเคมี ให้น้อยที่สุด
  2. ต้องกำจัดใบ และ กิ่งที่ติดโรคแคงเกอร์ ออกไป เผาทำลายให้มากที่สุด
  3. ใช้แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis)  ในการรักษาโรคแคงเกอร์                              และโรครากเน่าโคนแน่า
  4. บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis) ต้องถูกเพาะเลี้ยงด้วยอาหาร ให้เติบโต ขยายพันธุ์ก่อน
  5. บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis) ชอบน้ำตาล นม กลูโคส oxygen 
  6. ควรฉีดพ่น บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis) ในตอนเย็น 
  7. ไม่ควรให้น้ำที่มีคลอรีนผสมอยู่  เคล็ดวิชา รักษาโรคแคงเกอร์
  8. บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis) ชอบกินอาหาร พวกนม และถั่วเหลือง
  9. เราให้แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis) ในการรักษาโรคแคงเกอร์
  10. บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis) ต้องการอากาศ ที่มีออกซิเจน
  11. แบคทีเรียก่อโรคแคงเกอร์ Xanthomonas axonopodi. pv citri.จะโจมตี พืชเมื่อมีความชื้น และบาดแผลที่ กิ่ง ก้าน และ ใบ
  12. แบคทีเรียก่อโรคแคงเกอร์ Xanthomonas axonopodi. pv citri. ชอบอยู่ในกิ่งมะนาว และอยู่ได้นานในกิ่งมะนาวเป็นเวลาหลายปี
  13. แบคทีเรียก่อโรคแคงเกอร์ Xanthomonas axonopodi. pv citri. อยู่ในดินได้นาน 10 วัน
  14. แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis) ตายยาก เพราะ สร้างสปอร์ได้ อยู่ในดิน นานหลายสิบปี เคล็ดวิชา รักษาโรคแคงเกอร์
  15. แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis) ไม่ก่อโรคในพืช หรือ เป็นอันตราย ต่อ มนุษย์
  16. แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis) อยู่ในอาหาร ใน ขนมถั่วเหม็น  และ เต้าฮู้ญี่ปุ่น
  17. แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis) มี หลายร้อยสายพันธุ์
  18. แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis) มีงานวิจัย หลายชิ้น ที่ยืนยัน ว่า กำจัด แบคทีเรียก่อโรคแคงเกอร์ Xanthomonas axonopodi. pv citri. ได้
  19. สารเคมี ที่กำจัด แบคทีเรียก่อโรคแคงเกอร์ Xanthomonas axonopodi. pv citri. ใน ท้องตลาด หลักๆ มีอยู่ 2 ชนิด คือ ยากลุ่ม คอปเปอร์ และ สเตรปโตมัยซิน
  20. ยา หรือ สารเคมี ใช้แล้ว จะค่อยๆ หมดใบ แต่ แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis) เติบโตได้ ขยายพันธุ์ได้  อยู่ในมะนาวได้นาน หลายปี
  21. แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis) สร้าง สารปฏิชีวนะ ที่ฆ่าเชื้อ โรคแคงเกอร์ Xanthomonas axonopodi. pv citri. ได้
  22. แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis) สร้าง สารปฏิชีวนะ ที่ฆ่าเชื้อรา ก่อโรครากเน่าได้ คือ เชื้อรากลุ่มไฟท็อปเทอร่า 
เคล็ดวิชา รักษาโรคแคงเกอร์


ผมหาความรู้และ ทำการทดลองอย่างไรจึงแน่ใจว่ารักษาโรคแคงเกอร์ได้
  • โรคแคงเกอร์ ภาษาอังกฤษ คือ citrus canker ผมอ่าน หาข้อมูล เพิ่ม จาก google
  • ผมพบว่า โรคแคงเกอร์( citrus canker )  เกิดจาก แบคทีเรีย Xanthomonas axonopodi. pv citri.
  • ผม หาเอกสารทางวิชาการที่ น่าเชื่อถือ มาอ่านเพิ่ม
  • ผมทดลอง นำ แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis) ในมะนาวของผม
  • โดยผม ต้องปรุง น้ำกระสายบยา หรือ สารที่ใช้เพาะขยายเชื้อ บาซิลลัส ซับทิลิส
  • ผมพัฒนาเทคนิค การพ่น การผสม การเพาะขยายเชื้อ บาซิลลัส ซับทิลิส
  • ผมทดสอบ วิธีัการทั้งหมด ( การพ่น การผสม การเพาะขยายเชื้อ) ว่า รักษาโรคแคงเกอร์ในมะนาวได้หรือไม่
  • ผมทดลองซ้ำอีก 5 ครั้ง ในมะนาวแป้นรำไพ แป้นพวง มะนาวน้อย แป้นดกพิเศษ พบว่า แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis) รักษาโรคแคงเกอร์ได้จริง
  • ผมติดตาม ต่ออีก 8 เดือน ไม่พบการระบาดซ้ำ ของโรคแคงเกอร์ในมะนาว
  • ผมสรุปว่า วิธีการรักษาโรคแคงเกอร์โดยใช้ บาซิลลัส ซับทิลิส แบบเภสัชเอกได้ผลดีมาก
ข้อมูล ของ แบคทีเรียก่อโรคแคงเกอร์ Xanthomonas axonopodi. pv citri.


Species Name:   Xanthomonas axonopodis citri
Common Name:               Citrus Canker

I.  TAXONOMY

Kingdom Phylum/Division: Class: Order: Family: Genus:
Bacteria Proteobacteria Gamma Proteobacteria Xanthomonadales Xanthomonadaceae Xanthomonas

เคล็ดวิชา รักษาโรคแคงเกอร์

Citrus tree leaves showing evidence of citrus canker, the result of infection by the non-native bacterial pathogen Xanthomonas axonopodis pv. citri. Photograph courtesy USDA/ARS.
  

Citrus canker infection is evident on this fruit. Photograph courtesy USDA/APHIS. Photographer R. Anson Eaglin.

Species Name:  
Xanthomonas axonopodis pv. citri

Common Name:
Citrus Canker

Synonymy:
Xanthomonas axonopodis Hasse, 1915
Xanthomonas campestris pv. citri Dye
Xanthomonas citri ex Hasse

เคล็ดวิชา รักษาโรคแคงเกอร์

Species Description:
Citrus canker is a disease of cultivated citrus plants caused by nonindigenous bacterial pathogen Xanthomonas axonopodis pv. citri ('Xac'). 

Genus Xanthomonas consists of gram-negative, rod-shaped, polarly-flagellated bacteria whose members commonly occur as serious plant pathogens. Colonies are typically yellow in color due to the presence of a particular carotenoid pigment identified through relatively simple screening procedures and generally indicative of the genus (Starr and Stephens 1964).

ข้อมูลโรคแคงเกอร์ จากองค์กรระดับโลก

http://www.apsnet.org/edcenter/intropp/lessons/prokaryotes/Pages/CitrusCanker.aspx
Citrus canker
Gottwald, T.R. 2000. Citrus canker. The Plant Health Instructor. DOI: 10.1094/PHI-I-2000-1002-01
Updated 2005.

DISEASE: Citrus canker

PATHOGEN: Xanthomonas axonopodis pv. citri and Xanthomonas axonopodis pv. aurantifolii

HOSTS: Numerous species, cultivars, and hybrids of citrus and citrus relatives including orange, grapefruit, pummelo, mandarin, lemon, lime, tangerine, tangelo, sour orange, rough lemon, calamondin, trifoliate orange, and kumquat.

Authors
Tim R. Gottwald, USDA, ARS, Orlando, Florida
James H. Graham, University of Florida, Lake Alfred, Florida


Canker infected fruit, foliage, and stems.
(Courtesy T.R. Gottwald, copyright-free)

Symptoms and Signs
Citrus canker can be a serious disease where rainfall and warm temperatures are frequent during periods of shoot emergence and early fruit development. This is especially the case where tropical storms are prevalent. Citrus canker is mostly a leaf-spotting and fruit rind-blemishing disease, but when conditions are highly favorable for infection, infections cause defoliation (Figure 2), shoot dieback, and fruit drop.


Figure 2

Leaf Lesions: Citrus canker lesions start as pinpoint spots and attain a maximum size of 2 to 10 mm diameter (Figure 3). The eventual size of the lesions depends mainly on the age of the host tissue at the time of infection and on the citrus cultivar. Lesions become visible about 7 to 10 days after infection on the underside of leaves and soon thereafter on the upper surface. The young lesions are raised or ‘pustular’ on both surfaces of the leaf, but particularly on the lower leaf surface (Figure 4). The pustules eventually become corky and crateriform with a raised margin and sunken center. A characteristic symptom of the disease on leaves is the yellow halo that surrounds lesions (Figure 5). A more reliable diagnostic symptom of citrus canker is the water-soaked margin that develops around the necrotic tissue (Figure 6), which is easily detected with transmitted light.


Figure 3
Figure 4

Figure 5
Figure 6

Fruit and Stem Lesions: Citrus canker lesions on fruit (Figure 7) and stems (Figure 8) extend to 1 mm in depth, and are superficially similar to those on leaves. On fruit, the lesions can vary in size because the rind is susceptible for a longer time than for leaves and more than one infection cycle can occur (Figure 9). Infection of fruit may cause premature fruit drop but if the fruit remain on the tree until maturity such fruit have reduced fresh fruit marketability. Usually the internal quality of fruit is not affected, but occasionally individual lesions penetrate the rind deeply enough to expose the interior of the fruit to secondary infection by decay organisms (Figure 10). On stems, lesions can remain viable for several seasons. Thus, stem lesions can support long-term survival of the bacteria

เอกสารแสดงกลไกการติดเชื้อโรคแคงเกอร์ในพืช

http://www.formatex.info/microbiology2/196-204.pdf

วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

แคงเกอร์ canker อุปสรรคแรกที่ชาวสวนมะนาวต้องเจอ

                  โรคแคงเกอร์ มัก พบกับ มะนาว มะกรูด ส้ม  โดยเฉพาะ มะนาวแป้นรำไพ ที่ เป็นมะนาวที่แม่ค้าในตลาด นิยมมากที่สุด เป็น โรคแคงเกอร์ บ่อยมาก  นอกจากนี้ มะนาวแป้นพวง มะนาวแป้นจริยา ก็ อ่อนแอต่อโรคแคงเกอร์  ส่วนมะนาวแป้นพิจิตร กับ มะนาวตาฮิติ ทนต่อโรคแคงเกอร์ดีพอสมควร โรคนี้มักพบที่ใบจะมีรอยโรคเป็นจุดสีน้ำตาล และอาจเกิดแผลที่ใบอาจมีรอยแตกร้าว 


 นอกจากนี้ อาจพบรอยโรคที่กิ่ง ก้าน ลำต้น และผลได้โดยโรคแคงเกอร์นั้นมีสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรีย ที่มีชื่อว่า Xanthomonas axonopodi. pv citri. กล่าวแบบสั้นๆ ก็คือ โรคแคงเกอร์ สาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรียนั่นเอง โรคแคงเกอร์นั้นจะระบาดมากเมื่อมีความชื้นสูง กระแสลมแรง และ หนอนชอนใบเข้าทำลายใบมะนาว หรือ ใบส้ม จะทำให้โรคแคงเกอร์ระบาดมากขึ้น การกำจัดโรคแคงเกอร์เริ่ม จากการตัดกิ่งใบที่เป็นโรคทิ้งไปให้มากที่สุด  และใช้สารประกอบ copper หากมีการรบาดของโรคมาก  โดยมีขั้นตอนดังนี้

  1. ตัดแต่งกิ่งใบที่เป็นโรคทิ้ง
  2. ระบาดมาก ใช้สารประกอบ copper ยี่ห้อ ฟังกูราน หากระบาดน้อย ใช้นมหมักแบคทีเรีย BS
  3. หลังจาก พ่น ยาตาม ข้อ 2 ได้สามวันให้ พ่น นมหมักแบคทีเรีย BS อีก 3 ครั้ง โดยพ่น ทุก 7 วัน
  4. ราดโคนต้นมะนาว ด้วย นมหมักแบคทีเรีย BS ปีละ 1 ครั้ง 
  5. หลังจากโรคแคงเกอร์สงบแล้ว พ่น นมหมักแบคทีเรีย BS ทุก 1 เดือน ในกรณีที่โรคแคงเกอร์ไม่ระบาดครบ 6 เดือน เปลี่ยน เป็นพ่น นมหมักแบคทีเรีย BS ทุก 2 เดือน

หมายเหตุ ควรผสมสารจับใบ และ พ่นนมหมักแบคทีเรีย BS ในตอนเย็น  


การเตรียมสารเพาะเชื้อ แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส
ส่วนผสม
  • หัวเชื้อแบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis) ผง 1 ช้อนชา หรือ Killer B 1 ซอง
  • นมแลตาซอย 1 กล่อง 500 ml
  • น้ำตาล 5 ช้อนชา 

การเตรียม
ผสมให้เข้ากันในขวดน้ำอัดลมพลาสติก ขนาด 1.25 ลิตร หมักไว้ในห้องที่มีอากาศร้อน (อย่าปิดฝาแน่น) แต่ไม่ให้โดนแสงแดด เก็บไว้นาน 48-72 ชั่วโมง จึงนำมาใช้ได้ พยายาม อย่าให้มดขึ้นด้วย เวลาใช้ นำน้ำยาที่ได้ 100 ml ไป ผสมน้ำ 20 ลิตร ในการพ่นใบมะนาวที่เป็นโรคแคงเกอร์ 

ยา Killer B ฆ่า แคงเกอร์โหดสัส


เลิกกลัว โรคแคงเกอร์อีกต่อไป เพราะวันนี้ เรามียาKiller B
ผมเภสัชเอก รับรองผลว่า Killer B ปราบแคงเกอร์ได้แน่นอน
การใช้งาน Killer B 1 ซอง ผสม แลคตาซอย 500 มล
.+ น้ำตาล 5 ช้อน หมักนาน 5 วัน เต็ม

Killer B 4 ซอง ราคา 200 บาท
Killer B 8 ซอง ราคา 300 บาท
Killer B 16 ซอง ราคา 450 บาท
Killer B 21 ซอง ราคา 500 บาท

ฟรีค่าส่ง แบบ EMS โอนเงินแล้ว

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 4341193414 ศุภรักษ์ ศุภเอม

โทร ติดต่อ 082-3074103