แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฤดูฝน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฤดูฝน แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2560

5 วิธี รับมือ กับ หน้าฝน แบบชิวๆ สำหรับ สวนมะนาว มะกรูด ส้ม

เมื่อเข้า ฤดูฝน  หากฝนตกมามากๆ  จะเกิด ปัญหา ตามมามากมาย

โดยเฉพาะ โรคที่มากับ ฤดูฝน  ไม่ว่าจะเป็น โรคแคงเกอร์ เชื้อราดำ

โรครากเน่า โคนเน่า   ราน้ำหมาก  หนอนกินใบ  น้ำท่วม นอกจากนี้




การที่ฝนตกบ่อยๆ จะ ทำให้ มะนาว มะกรูด ส้ม แตกใบอ่อน ออกมามาก

มากจนเกินไป  ทำให้ การสังเคราะห์แสง  ด้อยประสิทธิภาพลงมาก

เพราะใบอ่อน  ที่เกิดใหม่  สังเคราะห์แสง ได้ น้อยมาก กว่าใบแก่

หลายเท่าตัว  ต่อมา กิ่งใบที่แตกออกมามาก ในฤดูฝน  ทำให้ ทรงพุ่ม

แน่น   เกิดความชื้นสูง  ใบที่อยู่ด้านใน ลึกๆ จะถูกแสงแดด น้อยมาก

ทำให้เกิด โรคแคงเกอร์และเชื้อราตามมา สุดท้ายมี พายุ   ลมแรง

อาจทำให้มะนาว โค่นล้ม  หรือ  กิ่งฉีกหัดได้ ผมมีวิธีการรับมือดังนี้




1 ตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่ง  กิ่งใบด้านใน ต้องตัดทิ้งให้หมด จะช่วย

ในแง่ การสังเคราะห์แสง การลดการเกิดโรค  และ ลดการฉีกหักของ

กิ่งอีกด้วย


2 พ่นยาป้องกันโรคแคงเกอร์  และ  เชื้อรา ต่างๆ  ดีที่สุดแนะนำ ตัว

Super C เพราะปลอดภัยและฤทธิ์ แรงกว่า พวกคอปเปอร์ หากไม่มี

อาจใช้พวก คอปเปอร์ได้ แต่อย่าใช้บ่อย เพราะมีพิษสะสม จากตัว

ทองแดง   ที่เป็นโลหะหนัก



3 มัดค้ำลำตั้นหลักของต้นมะนาว   และ กิ่งที่มีแนวโน้มจะหักโค่น

อาจใช้การค้ำกิ่งที่ลำต้นหลักก่อน  แล้ว หาไม้มารองกิ่งที่อาจจะหักได้




4 จัดการเรื่องระบบระบายน้ำให้ดี   เพราะฝนตกมากๆ  อาจมีน้ำท่วมขัง

เมื่อมีน้ำขัง  อาจเกิดรากเน่า โคนเน่า จากเชื้อรา  หรือ เซลรากพืช อาจ

ตายเพราะ ขาดออกซิเจนก็ได้  ดังนั้น  การระบายน้ำที่ รวดเร็ว โดยอาจ

มีเครื่องสูบน้ำ ช่วยเป็นสิ่งจำเป็น



5 บำรุงต้นมะนาว ด้วยปุ๋ย  และ  ธาตุอาหาร  ให้ครบถ้วน อย่างน้อยเดือนละครั้ง
เนื่องจากหน้าฝน พืชจะโตเร็วมาก  การเสริมปุ๋ย ธาตุอาหารเป็นสิ่งจำเป็น
เพราะอาจขาดอาหารได้  และ การเติมเชื้อราไตรโคครเดอร์ม่าลงดิน  จะช่วย
ให้ มะนาว มะกรูด มีภูมิต้านทานโรคอีกด้วย



6 การป้องกันโรครากเน่า โคนเน่า 


  • โดยใช้ Killer B ที่หมัก แล้ว ผสมน้ำ ราดดินรอบๆ ทรงพุ่ม ทุก 6 เดือน
  • หรือ ใช้ เชื้อราไตรโครเดอร์ม่า ที่ ขยายแล้ว ผสมน้ำ  ราดดินรอบๆ ทรงพุ่ม ทุก 6 เดือน






เรียนรู้  การหมัก Killer B คลิก


ประโยชน์ ของ Killer B และ ไตรโคเดอร์ม่า ที่ คล้ายกันคือ

  1. ช่วยป้องกัน โรครากเน่า โคนเน่า
  2. ช่วยปรับปรุง คุณภาพดิน
  3. ช่วยกระตุ้นภูมิต้านทานให้แก่พืช



การขยายเชื้อ ไตรโครเดอร์ม่า 



วันจันทร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ฤดูฝนมาแล้ว ต้องเตรียม อะไรบ้าง ในสวนมะนาว

หลักการที่ ผมจะเขียน ต่อไปนี้ ใช้ได้ กับ สวนมะนาว มะกรูด ส้ม และ ส้มโอ


หลักการทั้งหมดเหมือนกัน  เพราะ เป้นพืช ประเภทเดียวกัน ใช้หลักเดียวกัน

จุดโรคแคงเกอร์ที่ใบ


สิ่งที่ต้องเตรียมตัวมีดังนี้ ในช่วงฤดูฝน ได้แก่

  1. การป้องกันโรคแคงเกอร์
  2. การป้องกันรากเน่า โคนเน่า
  3. การป้องกันกิ่งหัก ฉีกขาด ล้ม
  4. การระบาดของหนอน
คิลเลอร์บี ใช้ ป้องกัน โรคแคงเกอร์ รากเน่า โคนเน่

1 การป้องกันโรคแคงเกอร์  เราจะใช้ การตัดแต่งกิ่งให้โปร่งแสงเข้าได้ มาช่วยกำจัดเชื้อโรค  ดังนั้น กิ่งใบไหนที่ถูกบดบัง ไม่โดนแสงแดด ต้องตัดทิ้ง  และ สุดท้าย ต้องพ่น Killer B ที่หมักแล้ว ให้ทั่วทุก ใบ ทุกกิ่ง มะนาว ในช่วงฟโุฝนทุกเดือน  จะช่วยป้องกันแคงเกอร์ได้ดีนักแล



2   การป้องกันรากเน่า โคนเน่า เราก็ใช้ การราด  Killer B ที่หมักแล้ว  บริเวณดิน ในรอบๆ ทรงพุ่มมะนาว  ในช่วงต้นฤดูฝน   และ ราด Killer B ที่หมักแล้ว  อีกครั้ง ในเดือน สิงหาคม จะช่วยป้องกัน โรครากเน่า โคนเน่าได้ดีมาก
รากเน่าเกิดจากเชื้อรา


3 การป้องกันกิ่งหัก ฉีกขาด ล้ม  คือ เริ่มต้น จากการปลูกพืชแนวกันลม แนะนำ ใช้ ต้นสนปฎิพัท จะช่วยลดความเร็วของลม  และ การระบาดของโรคแคงเกอร์ได้อีกด้วย  นอกจากนี้ กิ่งแขนงของ ต้นสนปฎิพัท ยังสามารถ นำมาทำเป็นไม้ ค้ำยันกิ่งที่ทนทาน   ดีกว่าไม้ไผ่อีกด้วย  และ สุดท้าย คือการค้ำ ลำต้นหลักไม่ให้โยกคลอน  โดยใช้ไม้ค้ำยัน คล้ายๆ กับ กางกระโจมอินเดียแดง จะ ช่วยป้องกันต้นมะนาว หรือ ส้มโค่นล้มได้ดีมาก    สุดท้ายกิ่งใบที่มีมากเกินไป ตัดออกเสียบ้าง จะลดโอกาสกิ่งฉีก  หรือ หัก ได้ดีเลยทีเดียว 

หนอนตายจากเชื้อ บีที โดยไม่ใช้สารเคมี 

4 การระบาดของหนอน  มักพบมาก ช่วงฤดูฝนโยเฉพาะหนอนกิบใบ  เราสามารถหมักเชื้อแบคทีเรีย บีที ที่มีความสามารถในการฆ่าหนอนให้ตาย  โดย ให้ ในช่วงต้นฤดูฝน   และ ให้เชื้อ แบคทีเรีย บีที  อีกครั้ง ในเดือน สิงหาคม   กรณีพบการระบาด สามารถ พ่นแบคทีเรีย บีที เพื่อฆ่าหนอน ได้ทันที


วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559

ปราบแคงเกอร์หน้าฝน ต้องเล่นของโหด ด้วย Super C ตาม ด้วยKiller B

หากเรา ไม่กำจัดโรคแคงเกอร์ให้ สิ้นซากก่อนเข้าฤดูฝน แล้ว ปัญหาจะตามมาทันที


เพราะ หากฝนตกเกือบทุกวัน ไม่ว่าคุณจะใช้ ฟังกูราน แคงเกอร์น็อค หรือ Killer B


ฝนจะชะล้าง ตัวยาออกจากใบมะนาว ตกลงสู่พื้นดิน ทันที ทำให้เชื้อโรคแคงเกอร์


สามารถเริงร่า อยู่ในกิ่ง ใบมะนาวของต้นได้ต่อไป  แต่ตอนนี้ ผมเภสัชเอกมีทางแก้



นั่นคือ การใช้สารเคมี ใน ยาใหม่ มีชื่อว่า Super C ซุปเปอร์ซี ตัวยาละลายน้ำ แล้ว


ปลดปล่อย แก๊ส ออกมาฆ่าเชื้อโรคแคงเกอร์ ได้ อย่างรวดเร็วภายใน 30 นาที


หากพ้น 60 นาทีไปแล้ว มีฝนตกมา ก็ไม่ทำให้ ฤทธิ์เดชของ Super C ซุปเปอร์ซี นั้น

มันลดลงแต่อย่างใด หลังจากนั้น เราประเมินดูอาการโรคแคงเกอร์ 3 วัน หลังพ่น

ยา Super C ซุปเปอร์ซี หากอาการไม่สงบ พ่น Super C ซุปเปอร์ซี ซ้ำอีก 1 ครั้ง

อาการโรคสงบ คือ แผลแห้ง ไม่มี จุดเหลืองเพิ่ม หรือ รุกลาม ออกไป อีก ใบเกิดใหม่ไม่มีโรค

แต่ถ้าโรคแคงเกอร์สงบ ปิด Job ด้วยการพ่น Killer B  3-5  ครั้ง โดยแต่ละครั้ง

Killer B

พ่น Killer B ห่างกัน 3 วัน แค่นี้ โรคแคงเกอร์ ในหน้าฝนก็หายไปแล้ว เยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

โดยเรา สามารถ ป้องกัน โรคแคงเกอร์ โดย พ่น Killer B ทุก  2 เดือน ได้ 

ท่านสามารถสั่งซื้อ ยา คู่ มังกรพยอง Killer B + Super C โดยราคาขายเป็นชุด

ชุดเล็ก  370 บาท ชุดกลาง 570 บาท
ชุดใหญ่ 870 บาท ชุดจัมโบ้ 1500 บาท

โดย ชุดเล็ก ในมะนาว ไม่เกิน 80 ต้น
ชุดกลาง มะนาว ไม่เกิน 180 ต้น
ฃุดใหญ่ มะนาวไม่เกิน 320 ต้น
ชุดจัมโบ้ มะนาวไม่เกิน 840 ต้น




วันเสาร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2559

ปราบโรคแคงเกอร์หน้าฝน ทำไงเอาอยู่ กรณีใช้แบคทีเรีย

                        ตอนนี้ ผู้เขียนเองเลิกใช้ ทองแดง หรือ คอปเปอร์ ในการปราบโรคแคงเกอร์ แล้ว เพราะ ทองแดงเป็นโลหะหนักเกิดพิษสะสมได้    เลยหันมาใช้แบคทีเรียแทน  โดยผู้เขียนใช้ Killer B ที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ขึ้นมาเอง  หากผู้อ่นไม่สามารถหาซื้อ Killer B ได้แนะนำ ให้ใช้ บีเอส พลายแก้ว ของชมรมเกษตรปลอดสารพิษ  สามารถรักษาโรคแคงเกอร์ได้เช่นกัน 


                         ปกติ ถ้าฝนไม่ตก พ่น Killer B 4 หรือ 5 รอบ โรคแคงเกอร์ก็หายสนิทแล้ว แต่เมื่อฝนตก ฝนจะชะล้าง Killer B ออกจากใบและกิ่งมะนาว ลงสู่พื้นดิน แต่ผม ยัง ก็สามารถปราบโรคแคงเกอร์ให้หายได้ ในหน้าฝน โดย หากพ่น Killer B แล้ว ฝนตกลงมา ก็พ่น Killer B ซ้ำอีกครั้ง จากที่เคยหมัก Killer B นาน 2 วัน ผมก็หมัก Killer B นาน 5 วันไปเลย นอกจากนี้ การให้อากาศ กับ Killer B ด้วยการเขย่า วันละ 3 ครั้ง เป็นอย่างน้อย  ผมก็ใช้ การเปิด เครื่องออกซิเจน ตู้ปลา โดยเปิดนานครั้งละ 5-10 นาที วันละ 3 ครั้ง

                                 เป็นอย่างน้อย โดยเราจะหมัก Killer B ในภาชนะ ขนาด มากกว่า 5 ลิตร เพื่อ ป้องกันไม่ให้เกิดฟองของแลคตาซอย หมักกับ Killer B ต้องระวังฟองที่เกิดขึ้นด้วย กรณี หมัก Killer B นานหลายวัน เราสามารถเพิ่ม แลคตาซอย และน้ำตาลได้ เพื่อที่ให้มั่นใจว่า แบคทีเรีย Killer B มีอาหารมากพอ และมีอากาศมากพอ โดยเราจะใช้การเกิด เครื่องออกซิเจน ตู้ปลาช่วยนั่นเอง การที่ เรานั้น หมัก Killer B นานกว่า 5 วัน และใช้ เครื่องออกซิเจน ตู้ปลา จะทำให้ ประสิทธิภาพ การรักษาโรคแคงเกอร์เพิ่ม ขึ้นกว่า 10 เท่า และ เป็น วิธี ที่รับรองผลว่า เราจะสามารถรักษาโรคแคงเกอร์ได้หายขาดแน่นอน



โดยใช้เทคนิค 3 ข้อ

1. ฝนตกลงมา ก็พ่น Killer B ซ้ำอีกครั้ง
2. หมัก Killer B นานอย่างน้อย 5 วัน
3. เปิด ใช้เครื่องออกซิเจน ตู้ปลาวันละ 3 ครั้ง