แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มะนาว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มะนาว แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ฤดูฝนมาแล้ว ต้องเตรียม อะไรบ้าง ในสวนมะนาว

หลักการที่ ผมจะเขียน ต่อไปนี้ ใช้ได้ กับ สวนมะนาว มะกรูด ส้ม และ ส้มโอ


หลักการทั้งหมดเหมือนกัน  เพราะ เป้นพืช ประเภทเดียวกัน ใช้หลักเดียวกัน

จุดโรคแคงเกอร์ที่ใบ


สิ่งที่ต้องเตรียมตัวมีดังนี้ ในช่วงฤดูฝน ได้แก่

  1. การป้องกันโรคแคงเกอร์
  2. การป้องกันรากเน่า โคนเน่า
  3. การป้องกันกิ่งหัก ฉีกขาด ล้ม
  4. การระบาดของหนอน
คิลเลอร์บี ใช้ ป้องกัน โรคแคงเกอร์ รากเน่า โคนเน่

1 การป้องกันโรคแคงเกอร์  เราจะใช้ การตัดแต่งกิ่งให้โปร่งแสงเข้าได้ มาช่วยกำจัดเชื้อโรค  ดังนั้น กิ่งใบไหนที่ถูกบดบัง ไม่โดนแสงแดด ต้องตัดทิ้ง  และ สุดท้าย ต้องพ่น Killer B ที่หมักแล้ว ให้ทั่วทุก ใบ ทุกกิ่ง มะนาว ในช่วงฟโุฝนทุกเดือน  จะช่วยป้องกันแคงเกอร์ได้ดีนักแล



2   การป้องกันรากเน่า โคนเน่า เราก็ใช้ การราด  Killer B ที่หมักแล้ว  บริเวณดิน ในรอบๆ ทรงพุ่มมะนาว  ในช่วงต้นฤดูฝน   และ ราด Killer B ที่หมักแล้ว  อีกครั้ง ในเดือน สิงหาคม จะช่วยป้องกัน โรครากเน่า โคนเน่าได้ดีมาก
รากเน่าเกิดจากเชื้อรา


3 การป้องกันกิ่งหัก ฉีกขาด ล้ม  คือ เริ่มต้น จากการปลูกพืชแนวกันลม แนะนำ ใช้ ต้นสนปฎิพัท จะช่วยลดความเร็วของลม  และ การระบาดของโรคแคงเกอร์ได้อีกด้วย  นอกจากนี้ กิ่งแขนงของ ต้นสนปฎิพัท ยังสามารถ นำมาทำเป็นไม้ ค้ำยันกิ่งที่ทนทาน   ดีกว่าไม้ไผ่อีกด้วย  และ สุดท้าย คือการค้ำ ลำต้นหลักไม่ให้โยกคลอน  โดยใช้ไม้ค้ำยัน คล้ายๆ กับ กางกระโจมอินเดียแดง จะ ช่วยป้องกันต้นมะนาว หรือ ส้มโค่นล้มได้ดีมาก    สุดท้ายกิ่งใบที่มีมากเกินไป ตัดออกเสียบ้าง จะลดโอกาสกิ่งฉีก  หรือ หัก ได้ดีเลยทีเดียว 

หนอนตายจากเชื้อ บีที โดยไม่ใช้สารเคมี 

4 การระบาดของหนอน  มักพบมาก ช่วงฤดูฝนโยเฉพาะหนอนกิบใบ  เราสามารถหมักเชื้อแบคทีเรีย บีที ที่มีความสามารถในการฆ่าหนอนให้ตาย  โดย ให้ ในช่วงต้นฤดูฝน   และ ให้เชื้อ แบคทีเรีย บีที  อีกครั้ง ในเดือน สิงหาคม   กรณีพบการระบาด สามารถ พ่นแบคทีเรีย บีที เพื่อฆ่าหนอน ได้ทันที


วันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2559

การเปิดตาดอกมะนาว ให้สำเร็จ

ก่อนจะให้มะนาว ออกดอก 2 เดือน เราจะให้ปุ๋ยโยกหลัง ตรานกเงือกแดง

ทุก 7 วัน ใน เดือนแรก ให้ น้ำได้ ตามปกติ  ส่วน เดือน 2 ให้งดให้น้ำเด็ดขาด 


เมื่อมะนาว เมื่อใบเริ่มแก่ เราควรอดน้ำมะนาว อายุ ครบ 60 วัน เพื่อให้มะนาว

พร้อมออกดอก อดน้ำหลายวันจนไปเริ่มเหี่ยวนิดหน่อย หากมีฝนตกช่วงอดน้ำ



เราแก้ได้ เราแก้ได้โดยใช้ ปุ๋ยสูตร 0-52-34  โดยผสม 100 กรัม ต่อ น้ำ 20 ลิตร 

ฉีดพ่น หรือ อาจใช้สูตร 0-0-60 แทนก็ได้ เช่นกัน 




เมื่อหยุด ไนโตรเจน ไม่ขึ้นมากับน้ำฝน  เราจะหยุดการแตกยอดได้



จนมะนาวแก่ และเริ่มขาดน้ำ เหี่ยว เราจะให้น้ำเต็มที่แก่มะนาว 2 วัน


วันที่่ 3 ให้น้ำ สัก 70% พอ แล้วให้ปุ๋ยเปิดตาดอก สูตร 13-0-46 


โดยส่วนผสม 80 กรัม ต่อ น้ำ 20 ลิตร อีก 3 วันทำ แบบเดิม คือ


ให้ปุ๋ยเปิดตาดอก  13-0-46 อีกครั้ง ซึ่งก็ ปุ๋ยของ ชาลีเฟท ที่หาซื้อง่าย 



โดยช่วงนี้ เราจะให้ปุ๋ยโยกหลังไปด้วยทุก 7 วัน ที่แนะนำคือ


ปุ๋ยนกเงือกแดง หรือ ปุ๋ยชาลีเฟทถุงทอง สูตร 10-20-30 ส่วนผสม


ปุ๋ย 70 กรัม ต่อ น้ำ  20 ลิตร ผสมสารจับใบด้วยเวลาฉีดพ่น 



วันอังคารที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

การเตรียมดิน หรือ วัสดุปลูก ให้พร้อม

ดิน หรือ วัสดุปลูก ควรมีอินทรีย์วัตถุมากพอ อย่างน้อยร้อยละ 10 และ ควรมีความเป็นกรดด่างอยู่ที่ 5.5-7.0 เท่านั้น โดย ดิน หรือ วัสดุปลูกต้องระบายน้ำได้ดี โดย ควรมีทรายหยาบ ผสมในวัสดุปลูก หรือ อาจใช้ พื้นที่ที่เป็นดินปนทราย จะปลูกมะนาวได้ดีที่สุด  เพราะมะนาวไม่ชอบน้ำขัง  เราสามารถทำดินให้


ปลอดเชื้อโรคโดยการใช้แบคทีเรีย บีเอส คิลเลอร์บี Killer B หรือ บีเอส พลายแก้ว ราดหรือผสม วัสดุปลูก หรือ ราดให้ทั่วบริเวณที่เราขุดหลุมปลูกมะนาวนั้นเอง โดยสรุป ขั้นตอนต่างๆ มีดังนี้

1 หากปลูกในดินต้องส่งวิเคราะห์ดินก่อน ที่ พัฒนาที่ดินจังหวัด
2 ปรับ ความเป็นกรดด่างของดิน หรือ วัสดุปลูกให้อยู่ที่ช่วง 5.5-7.0
3 ผสมเชื้อ บีเอส ลงในวัสดุปลูก หรือ ลงในดินบริเวณหลุมปลูกมะนาว
4 พยายาม ยกเนินดิน ให้สูงจากพื้น 50-60 เซนติเมตร