วันอังคารที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

เก่งเรื่องมะนาวต้องรู้จักป้องกัน

คนดีชอบแก้ไขคนจัญไรชอบแก้ตัวคนฉลาดชอบป้องกัน





โรคแคงเกอร์ระบาดเต็มสวนแล้วค่อยหายามารักษา

ผลมะนาวโดนขโมยยกสวนแล้วค่อยคิดหาคนมาเฝ้าสวน

มะนาวเป็นโรครากเน่าเริ่มทยอยตายแล้วจึงคิดรักษา

ใบมะนาวถูกหนอนเพลี้ยทำลายเกือบหมดแล้วค่อยคิดแก้ไข

สวนมะนาถูกไฟไหม้เสียหายแล้วค่อยทำแนวกันไฟ


           คุณเป็นแค่คนดีหรือเปล่า  หรือ อยากเป็นคนฉลาดด้วย


              ลงมือป้องกันปัญหาดีกว่าแก้ไขครับ ลงมือทำได้เลย

วันจันทร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ปัญหา หน้าฝน แคงเกอร์เจ้าตัวร้าย ตายยาก 1

ปราบแคงเกอร์ให้ได้ผลเด็ดขาดทำยังไง เริ่มท้อแล้ว



   มะนาวทั้งสวน  ใบมีจุดเหลือง  เต็มไปหมด  เป็นมาก เกือบทุกต้น ใช้ยาอะไรก็
ไม่หายฟังกูราน  หรือ แม้แต่ Killer B ก็เอาไม่อยู่ ผมอยากบอกว่า  คุณพลาดแล้ว ล่ะครับ
หากไม่อยากเจองานยาก  ควรป้องกัน หรือรักษา โรคแคงเกอร์  ก่อนเข้าหน้าฝน
ใช้ Killer  B ก่อนหน้าฝนมันจะง่ายมาก  เมื่อมีฝนตก  เชื้อแคงเกอร์จะลอยตามลม



และไปกับน้ำฝนที่โปรยปราย ความชื้น  ที่มีมาก ทำให้เชื้อแคงเกอร์ ระบาดหนักมาก
เอาละและจะปราบแคงเกอร์หน้าฝนอย่างไร  ให้ได้ผลดี  มันมีสูตรสามขั้นตอนคือ

  1. ตัดแต่งกิ่งระดับทำสาว
  2. หมัก Killer B ขั้นเทพ
  3. พ่น Killer B แบบสายโหด
แล้วอย่าลืมมาติดตามต่อ ครับ ว่าจะปราบโรคแคงเกอร์อย่างไรให้เอาอยู่ น่ะครับ


วันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

อยากรวยด้วยมะนาว ต้องตัดแต่งกิ่งให้เป็น

การตัดแต่งกิ่งมะนาว  อย่างถูกต้อง จะเป็นเส้นขั้น ระหว่างเกษตรกรทั่วไป  กับ เกษตรกรที่มีความรู้ทางวิชาการแน่น  เนื่องจาก ชาวสวน จำนวนไม่น้อยที่ไม่ยอมตัดแต่กิ่งมะนาว  ทำให้เกิดปัญหาตามมามากมาย ซึ่งได้แก่







  1. เกิดโรคมากขึ้น ทั้งเชื้อรา  และ โรคแคงเกอร์ เพราะ หากทรงพุ่มมะนาวทึบแน่นเกินไป จะทำให้แสงแดด ไม่สามารถส่องถึงได้ในทุกๆ กิ่ง ทุกๆ ใบ ทำให้ต้นมะนาวมีความชื้นสูง  ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญในการเกิดโรคต่างๆ
  2. ทรงพุ่มมะนาวทึบแน่นเกินไป จะทำให้ สิ้นเปลืองเวลา และเงินทองในการพ่นปุ๋ยทางใบ   หรือ  พ่นยาฆ่าแมลง
  3. ดินที่โคนต้นมะนาวจะชื้นตลอดเวลา ทำให้การทำมะนาวนอกฤดู นั้นยากขึ้น  เนื่องจากการบังคับมะนาวให้ออกดอก จำเป็นต้องให้ต้นมะนาวแสดง อาการขาดน้ำก่อน
  4. ใบมะนาวจะสังเคราะห์แสงได้ไม่เต็มที่ เนื่อง จาก ใบมะนาวบางส่วนไม่ได้รับแสงแดดมากพอ  ทำให้มะนาวสะสมอาหารได้น้อย  ส่งผลให้มะนาวโตช้ากว่าปกติ
  5. ผลผลิต ของมะนาวจะต่ำมาก อย่างชัดเจน  เนื่องจากการตัดแต่งกิ่งมะนาว จะทำให้มีการแตกยอดออกมาใหม่ โดยจะมีกิ่งที่เพิ่มขึ้นมาเป็น 2 -3 กิ่งต่อการตัดแต่งกิ่งแต่ละครั้ง 

วีดีโอแนะนำการตัดแต่งกิ่ง

อยากรวยด้วยมะนาว ต้องตัดแต่งกิ่งให้เป็น

การตัดแต่งกิ่งมะนาว  อย่างถูกต้อง จะเป็นเส้นขั้น ระหว่างเกษตรกรทั่วไป  กับ เกษตรกรที่มีความรู้ทางวิชาการแน่น  เนื่องจาก ชาวสวน จำนวนไม่น้อยที่ไม่ยอมตัดแต่กิ่งมะนาว  ทำให้เกิดปัญหาตามมามากมาย ซึ่งได้แก่



  1. เกิดโรคมากขึ้น ทั้งเชื้อรา  และ โรคแคงเกอร์ เพราะ หากทรงพุ่มมะนาวทึบแน่นเกินไป จะทำให้แสงแดด ไม่สามารถส่องถึงได้ในทุกๆ กิ่ง ทุกๆ ใบ ทำให้ต้นมะนาวมีความชื้นสูง  ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญในการเกิดโรคต่างๆ
  2. ทรงพุ่มมะนาวทึบแน่นเกินไป จะทำให้ สิ้นเปลืองเวลา และเงินทองในการพ่นปุ๋ยทางใบ   หรือ  พ่นยาฆ่าแมลง
  3. ดินที่โคนต้นมะนาวจะชื้นตลอดเวลา ทำให้การทำมะนาวนอกฤดู นั้นยากขึ้น  เนื่องจากการบังคับมะนาวให้ออกดอก จำเป็นต้องให้ต้นมะนาวแสดง อาการขาดน้ำก่อน
  4. ใบมะนาวจะสังเคราะห์แสงได้ไม่เต็มที่ เนื่อง จาก ใบมะนาวบางส่วนไม่ได้รับแสงแดดมากพอ  ทำให้มะนาวสะสมอาหารได้น้อย  ส่งผลให้มะนาวโตช้ากว่าปกติ
  5. ผลผลิต ของมะนาวจะต่ำมาก อย่างชัดเจน  เนื่องจากการตัดแต่งกิ่งมะนาว จะทำให้มีการแตกยอดออกมาใหม่ โดยจะมีกิ่งที่เพิ่มขึ้นมาเป็น 2 -3 กิ่งต่อการตัดแต่งกิ่งแต่ละครั้ง 
วีดีโอแนะนำการตัดแต่งกิ่ง

วันพุธที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ทำอย่างไรมะนาวจะโตเร็ว

มะนาวของใครหลายคนไม่โต หรือ โตช้ามาก เรามีทางออก ลองทำ ตามผู้เขียน 5 ข้อดูรับรองได้ผลแน่นอนครับ เริ่มจาก



1 ตรวจความเป็นกรดด่างของดิน ว่าอยู่ในช่วง 5.5-7.0 หรือไม่ ถ้าไม่ให้แก้ไข ทันที
2 รากมะนาว อาจมีปัญหาลอง หาเหล็กเส้นมาแทง บริเวณทรงพุ่ม เพื่อให้ดินไม่แน่น และ ราดสารกำจัดราลงไป ตามโคนต้นแนะนำใช้เชื้อบีเอส ( Killer B ) หรือ ยาเมทาแล็กซิล ก็ได้


3 ให้ปุ๋ยทางดิน สูตร 21-7-14 ทุก 7 วัน ตามขนาดทรงพุ่มของมะนาว รายละเอียด รอต่อไป
เสริม ปุ๋ยทางใบทุก 14 วัน สูตรนกเงือกเขียว ปริมาณ 80 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร
 เสริมปุ๋ยอินทรีย์ปีละ 3ครั้ง ถ้าไม่ได้ปลูกปอเทืือง ก่อนปลูกมะนาว


4 รักษายอดอ่อนมะนาว ด้วยสูตร 1-4-8 ทุกเดือน
5 ตัดแต่งกิ่งออกบ้าง โดยเฉพาะกิ่งกระโดง กิ่งที่ชี้ลง กิ่งที่ไม่โดนแสง

ลองทำดูน่ะครับ ได้ผลแน่นอน เลยครับ


วันอังคารที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ทำอย่างไรมะนาวจะโตเร็ว

มะนาวของใครหลายคนไม่โต หรือ โตช้ามาก เรามีทางออก ลองทำ ตามผู้เขียน 5 ข้อดูรับรองได้ผลแน่นอนครับ เริ่มจาก

1 ตรวจความเป็นกรดด่างของดิน ว่าอยู่ในช่วง 5.5-7.0 หรือไม่ ถ้าไม่ให้แก้ไข ทันที
2 รากมะนาว อาจมีปัญหาลอง หาเหล็กเส้นมาแทง บริเวณทรงพุ่ม เพื่อให้ดินไม่แน่น และ ราดสารกำจัดราลงไป ตามโคนต้นแนะนำใช้เชื้อบีเอส ( Killer B ) หรือ ยาเมทาแล็กซิล ก็ได้


3 ให้ปุ๋ยทางดิน สูตร 21-7-14 ทุก 7 วัน ตามขนาดทรงพุ่มของมะนาว รายละเอียด รอต่อไป
เสริม ปุ๋ยทางใบทุก 14 วัน สูตรนกเงือกเขียว ปริมาณ 80 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร
 เสริมปุ๋ยอินทรีย์ปีละ 3ครั้ง ถ้าไม่ได้ปลูกปอเทืือง ก่อนปลูกมะนาว
4 รักษายอดอ่อนมะนาว ด้วยสูตร 1-4-8 ทุกเดือน
5 ตัดแต่งกิ่งออกบ้าง โดยเฉพาะกิ่งกระโดง กิ่งที่ชี้ลง กิ่งที่ไม่โดนแสง

ลองทำดูน่ะครับ ได้ผลแน่นอน เลยครับ


วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2559

แนะนำ ยาฆ่าแมลง น่าใช้ในสวนมะนาว สตาร์เกิ้ล

                       สตาร์เกิ้ล  เป็นยาฆ่าแมลงที่ออกฤทธิ์ กว้างกำจัดได้ทั้ง หนอน เพลี้ย  และ แมลงปีกแข็งต่างๆ โดยที่ สตาร์เกิ้ล จะมีตัวสารสำคัญ ที่มีชื่อว่า ไดโนทีฟูแรน   เป็นยาในกลุ่ม นีโอนิโคตินอยด์  โดยจะ ออกฤทธิ์ ฆ่าหนอนแมลง คล้ายใบยาสูบ  แต่ปลอดภัยต่อ มนุษย์มากกว่า สตาร์เกิ้ล จัดว่า เป็นยาที่มีพิษต่ำ  เพราะ เป็นยาที่สลายตัวได้ง่าย จึงมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย  โดย ยาตัวนี้ ผลิตโดย บริษัทมิตซุย เคมีคอล จากประเทศญี่ปุ่น โดย ตัวยา ไดโนทีฟูแรน จะออกฤทธิ์ โดยการสัมผัส  หรือ การกินยาเข้าไป โดยจะได้ผลดี กับแมลงปากดูด



ข้อบ่งใช้ ไดโนทีฟูแรน

  1. ควบคุมหนอนชอนใบ หนอนกินใบ  หนอนแมลงวัน
  2. กำจัดเพลี้ยไฟ เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไก่แจ้ และ เพลี่ยจักจั่น
  3. กำจัดด้วง  เพลี้ยหอย เพลี้ยแป้ง และแมลงหวี่ขาว 
ข้อดีของยาสตาร์เกิ้ล
  • ดูดซึมได้ทั้งทางใบและราก
  • ออกฤทธิ์นาน 10-14 วัน
  • ความเป็นพิษต่ำ
    แต่อย่างไรก็ตาม ยาสตาร์เกิ้ล เป็น สินค้าที่มีราคาแพง  และ เพื่อป้องกันแมลงดื้อยา +ลดต้นทุน  จึงควรใช้ยานี้ สลับกับ เซพวิน 85  หรือ อะบาเม็กติน ตามสูตรรักษายอดอ่อน 1-4-8 

วันพุธที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2559

เคล็ดลับปลูกมะนาวใหม่ให้รอดตาย

สาเหตุท่มะนาวปลูกใหม่ตาย  มาจากหลายสาเหตุที่พบบ่อยคือ โรคแคงเกอร์ โรครากเน่า โคนเน่า หรือ ให้น้ำ ให้ปุ๋ยมากเกินไป  นั่นเอง  ในการปลูกมะนาวใหม่ ควรมีการปรับความเป็นกรดด่างของดินให้อยู่ในช่วง 5.5-7.0 จะเหมาะสมที่สุด นอกจากนี้ ยังจำเป็นต้องมีการป้องกันโรครากเน่าโคนเน่าอีกด้วย กล่าวโดยสรุปมะนาวปลูกใหม่ ควรทำดังต่อไปนี้

1 การป้องกันโรคแคงเกอร์ ควรเลือกใช้กิ่งพันธุ์ที่ปลอดโรคแคงเกอร์  และ จุ่มกิ่งพันธุ์ในนมแลคตาซอยหมักคิลเลอร์บี นาน 60 นาที ก่อนนำไปปลูกลงดิน



2 กำจัดเชื้อราในดิน โดยราดเชื้อบีเอส หรือ Killer B ก่อนปลูกมะนาว หากต้องการใช้สารเคมี ให้ใช้ตัวยาเมทาแล็กซิล  1-2  ช้อนชา ต่อ น้ำ 20 ลิตร ราดดินบริเวณทรงพุ่มมะนาว


3 การให้น้ำควรให้แต่น้อย วันละ 1 ครั้ง ไม่ควรให้มีน้ำขังบริเวณรากมะนาวเด็ดขาด ดังนั้นแปลงปลูกมะนาวจำเป็นต้องยกร่องสูง 50-60 cm

4 เมื่อมะนาวปลูกครบ 14 วัน สามารถให้ปุ๋ยได้ โดยให้ปุ๋ยทางดิน สูตร 21-7-14 จำนวน 1- 2 กรัม ผสมน้ำ ราดทรงพุ่มมะนาว  ทุกสัปดาห์ ในช่วง 3 เดือนแรก

5 การให้ปุ๋ยทางใบไม่ควรให้เกินกว่าที่ฉลากระบุ ควรให้ปุ๋ยตอนเย็น ทุก 10-15 วัน ต่อครั้ง โดยควรผสมสารจับใบด้วย

6 กระตุ้นภูมิต้านทาน ให้พืชโดยการจุ่มเชื้อราไตโครเดอร์ม่าที่รากมะนาวตอนปลูก

7 ปรับความเป็นกรดด่างของดินให้อยู่ในช่วง 5.5-7.0  โดยหากดินเป็นกรดมากเกินไป ควรแก้ไขด้วยการใส่ปูนขาวทีละนิดทุกสัปดาห์จนได้ ระดับที่ต้องการ

หากผู้อ่านทำตามที่ผู้เชียนแนะนำทั้ง 7 ข้อ รับรองมะนาวปลูกใหม่ของท่านจะไม่ตายแน่นอน


วันอังคารที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

การเตรียมดิน หรือ วัสดุปลูก ให้พร้อม

ดิน หรือ วัสดุปลูก ควรมีอินทรีย์วัตถุมากพอ อย่างน้อยร้อยละ 10 และ ควรมีความเป็นกรดด่างอยู่ที่ 5.5-7.0 เท่านั้น โดย ดิน หรือ วัสดุปลูกต้องระบายน้ำได้ดี โดย ควรมีทรายหยาบ ผสมในวัสดุปลูก หรือ อาจใช้ พื้นที่ที่เป็นดินปนทราย จะปลูกมะนาวได้ดีที่สุด  เพราะมะนาวไม่ชอบน้ำขัง  เราสามารถทำดินให้


ปลอดเชื้อโรคโดยการใช้แบคทีเรีย บีเอส คิลเลอร์บี Killer B หรือ บีเอส พลายแก้ว ราดหรือผสม วัสดุปลูก หรือ ราดให้ทั่วบริเวณที่เราขุดหลุมปลูกมะนาวนั้นเอง โดยสรุป ขั้นตอนต่างๆ มีดังนี้

1 หากปลูกในดินต้องส่งวิเคราะห์ดินก่อน ที่ พัฒนาที่ดินจังหวัด
2 ปรับ ความเป็นกรดด่างของดิน หรือ วัสดุปลูกให้อยู่ที่ช่วง 5.5-7.0
3 ผสมเชื้อ บีเอส ลงในวัสดุปลูก หรือ ลงในดินบริเวณหลุมปลูกมะนาว
4 พยายาม ยกเนินดิน ให้สูงจากพื้น 50-60 เซนติเมตร



วันเสาร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2559

เคล็ดลับ 2 ยกร่องสูง ปลูกลงดิน

ยกร่องสูง เพื่อ อะไร

1 เพื่อป้องกัน น้ำท่วมขัง ทำให้รากมะนาวเน่า  โคนเน่าได้

2 เพื่อ เวลา อดน้ำ แล้ว ดินจะแห้งเร็ว ทำนอกฤดูง่าย

ปลูกลงดิน เหตุผล คือ

1 ต้นทุนต่ำกว่า วงบ่อ 300 บาท ต่อ ต้น

2 ผลผลิตเยอะกว่า ปลูกลงท่อ ประมาณ 2 เท่า

**ยกร่องลูกฟูกสูง  ประมาณ 70 cm**


ทำไม น้ำท่วมต้นมะนาวมันไม่ดี
1 รากมะนาวขาด อ็อกซิเจน oxygen
2 มีเชื้อราเกิดขึ้น เชื้อรา จะทำลายรากมะนาว


การยกร่องสูง ทำให้ดินแห้งเร็วได้อย่างไร
ตอบ เพราะ ทำให้น้ำที่เกินไหล ออกด้านข้างได้ง่ายมากและ ระเหยได้ด้วย

การอดน้ำมะนาว สำคัญอย่างไร
ตอบ เมื่อเราให้มะนาว  ที่ มีใบแก่จัด อดน้ำนาน 10-20 วัน จะทำให้ใบห่อ
เวลาให้น้ำ ให้ปุ๋ย K สูง มะนาวจะแตกยอดออกมาใหม่ และ มักมีตาดอกออกด้วย

ทำไมปลูกลงดิน จึงต้นทุนถูกว่าปลูกลงบ่อ
ตอบ เพราะ ไม่มีค่า วงบ่อ รองพื้น  และ วัสดุปลูก

ทำไม การปลูกลงดิน จึงมีผลผลิตมากกว่า ปลูกลงท่อ
ตอบ เพราะ รากมะนาวจะไปได้ไกลกว่า  กิ่งก้าน ทรงพุ่มจะใหญ่กว่าปลูกในท่อ 2-4 เท่า