วันจันทร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2559

เคล็ดลับข้อ 1 กิ่งพันธุ์มะนาว คุณภาพเยี่ยม


• กิ่งพันธุ์มะนาว ควรเป็นกิ่งตอน หรือ กิ่งชำเท่านั้น
• ใบต้องมีมากพอ ไม่มีหนอนแมลง ทำลาย (อย่างน้อย 5-10 ใบ)
• รากเดินดี และมีมากพอ
• กิ่งกระโดง หรือ กิ่งตรง ยาวอย่างน้อย 20 - 50 เซนติเมตร 
• ไม่มีโรคแคงเกอร์ และ โรคกรีนนิ่ง

แนะนำ มะนาวเพื่อปลูกเชิงการค้า 3 สายพันธุ์  ได้แก่
แป้นรำไพ แป้นดกพิเศษ และ ตาฮิติ

1 แป้นรำไพ  ข้อดีของพันธุ์นี้  คือ ลูกดก กลิ่นหอม ขายง่าย ตลาดในประเทศต้องการมาก กิ่งพันธุ์หาง่าย ราคาไม่แพง  ส่วนข้อด้อย คือ เป็นโรคแคงเกอร์ได้ง่ายมาก

2 แป้นดกพิเศษ ข้อดีของพันธุ์นี้  คือ ลูกดกมาก กลิ่นหอม  ลักษณะคล้ายแป้นรำไพ  ขายง่าย ตลาดในประเทศต้องการมาก  ส่วนข้อด้อย คือ เป็นโรคแคงเกอร์ได้ง่าย

***สำหรับโรคแคงเกอร์ เราสามารถรักษาให้หายขาดและป้องกันโรคได้ด้วย บาซิลลัส ซับทิลิส หรือ Killer B***

3 ตาฮิติ ข้อดีของพันธุ์นี้  คือ ทนต่อโรคแคงเกอร์ ปลูกง่าย จัดการง่าย ใบหนา เปลือกหนา ขนส่งได้ไกล ตลาดต่างประเทศต้องการมาก กิ่งพันธุ์หาง่าย ราคาไม่แพง  ส่วนข้อด้อย คือ ตลาดในประเทศ ยังมีจำกัด  และ ราคาขายถูกว่าแป้นรำไพ


วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

แนะนำ คิลเลอร์ บีKiller B ปราบแคงเกอร์ และ โรครากเน่าโคนเน่า

ปลูกมะนาว แล้วเป็นโรคแคงเกอร์ ใบและกิ่งเป็นจุดเหลืองๆ
โรคแคงเกอร์ รักษาไม่หายสักที ต้องพ่นสารเคมีตลอด
สารเคมี คอปเปอร์ ราคาแพง พ่นบ่อยๆ ก็ เกิดพิษโลหะหนัก
ปลูกมะนาว แล้วรากเน่า จากเชื้อรามะนาวใบร่วง และยืนต้นตาย
ปัญหาเหล่านี้ ทั้งแคงเกอร์  และ รากเน่าโคนเน่า จะหมดไป 100%
ด้วย โปรไบโอติด ยี่ห้อ Killer B ผลิตโดยเภสัชกรเอก
Killer B  ปลอดภัย เพราะ สกัดมาจาก ขนมถั่วเน่า ของภาคเหนือ
Killer B  คือ แบคทีเรีย ที่เป็น โปรไบโอติด มีประโยชน์ ต่อร่างกาย คนกินได้


ไร้สารเคมี ไร้สารพิษ 100% แต่มันยอดมาก ตรงที่ได้ผลดีกว่า สารเคมี
ประหยัดกว่า ได้ผลดีกว่า ปลอดภัยกว่า โอ้พระเจ้า ยอร์ชมันยอดมาก
Killer B 1 ชุด มี 4 ซอง ราคา 150 บาท ค่าส่ง 50 บาท (ใช้พอสำหรับมะนาว 2 ไร่)
Killer B 2 ชุด มี 8 ซอง ราคา 300 บาท ค่าส่งฟรี
Killer B 3 ชุด แถม 1 ชุด ราคา 450 บาท ค่าส่งฟรี (รวม 16 ซอง)
Killer B 1 ชุดใหญ่ 500 บาท  มี 21 ซอง ค่าส่งฟรี
ติดต่อเภสัชเอก 082-3074103 อีเมล newfrxbaby@gmail.com
https://www.facebook.com/supparak.suppaaim facebook ศุภรักษ์ ศุภเอม
ธนาคารกรุงไทย ออมทรัพย์  ศุภรักษ์ ศุภเอม   เลขบัญชี 434 – 119 -3414

ควรโอนเงินให้มีเศษ สตางค์  เช่น  500.21 บาท เป็นต้น 



การผสม Killer B
นำ Killer B 1ซอง แลคตาซอย 500 มล. + น้ำตาล 5 ช้อนชา  ผสมให้เข้ากัน  เขย่าแรงๆ
ในขวดน้ำสะอาดขนาด มากกว่า 1 ลิตร เปิดฝา ทิ้งไว้ 48-72 ชม.ในที่ร่มเปิดฝา เขย่า บ่อยๆ จึงนำไปใช้ได้ กรณี โรคแคงเกอร์ระบาดน้อย เติมน้ำดื่มใส่อีก 500 มล. ได้
การใช้งาน Killer B
แลคตาซอย หมัก Killer B 100-200 มล (เขย่าก่อน). ผสม น้ำ 20 ลิตร และ น้ำยาล้างจาน 20 มล.
พ่นมะนาวได้ 1 ไร่ หรือ มะนาว  200 ต้น  ควรพ่นตอนเย็น จะดีกว่า
พ่นใบ+ กิ่ง ทุก 3 วัน รวม 4 ครั้ง เชื้อแคงเกอร์ จะตายเรียบ อีก 2 เดือน พ่นปิดบัญชีครั้งสุดท้าย
เมื่อพ่นครบ 4 ครั้ง แล้ว ควรเก็บ แลคตาซอย หมักผสม  Killer B ในตู้เย็น
 ก่อนนำมาใช้ เมื่ออกจากตู้เย็น ตั้งทิ้งไว้ 48 ชม. ก่อนใช้งานเสมอ นะครับ
การป้องกันโรคแคงเกอร์  พ่นใบ+ กิ่งมะนาว ทุก 4 เดือน ในปีแรก ปีต่อไป พ่นทุก 6 เดือน
นอกจากนี้ Killer B ยังใช้ป้องกัน รักษา โรครากเน่า โคนเน่าได้ด้วย โดย นำไปรดดินโคนต้นมะนาว และ ดิน รอบๆ ทรงพุ่มมะนาว ทุกๆ    4 - 6 เดือน
หมายเหตุ  น้ำ 20 ลิตร ที่ใช้ ไม่ควรมีคลอรีน หากใช้น้ำประปา ควรตั้งทิ้งไว้ให้คลอรีนระเหย 1 คืน ก่อน



วันอาทิตย์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2559

ขอ 3 คำ เริ่มต้น สวนมะนาวให้สำเร็จ

1 กิ่งพันธุ์ดี
2 ดิน วัสดุปลูก ดี
3 ควบคุมโรค


1 กิ่งพันธุ์ดี ต้องมีลักษณะ ประมาณนี้ 
ควรเป็น กิ่งอวบ ใบสมบูรณ์ ไม่มีโรคแคงเกอร์ ได้กิ่งกระโดงจะดีมาก กิ่งควรยาว สัก 40-60 cm
ควรคัดเลือก จาก ผู้ผลิตคุณภาพที่ไว้ใจได้ ว่ากิ่งมะนาวดีจริงปลอดโรค ผมเองยังไม่มีกิ่งพันธุ์ขาย ขอแนะนำ ของ ดาต้าสวนมะนาวครับ https://www.facebook.com/treepolhaha ผู้ชายท่านนี้ เก่งดี และมีน้ำใจครับ รับรองไม่ผิดหวัง

2 ดิน วัสดุปลูก ดี ควรเป็นดังนี้ 
 ดิน วัสดุปลูก ดี ต้อง มี ความเป็นกรดด่าง ในช่วง 6.0-7.0 ระบายน้ำดี และ มีอินทรีย์วัตถุอย่างน้อย 5%
จะให้ดี ควรมีทรายหยาบผสมสัก 20%  และ ปุ๋ยอินทรีย์เก่าสัก 5% ครับ หากมีฟางข้าว คลุมช่วงปลูกมะนาวใหม่จะดีมาก คือ ช่วยรักษาความชื้น คุมวัสพืช และสลายเป็นอินทรีย์วัตถุไปในตัวดีมากครับ

3 ควบคุมโรค ควรคุมไม่ให้เกิดโรค หรือ แมลงต่อไปนี้
 ควบคุมโรค และ แมลงได้แก่ โรคแคงเกอร์ โรครากเน่า โรคราน้ำหมาก โรคกรีนนิ่ง โรคหิด  ทริสเตซ่าไวรัส หนอนชอนใบ เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไก่แจ้ง เพลี้ยไฟ  และ ไรแดง

3.1 สำหรับการป้องกันโรคผมจะทำง่ายๆดังนี้
โรคแคงเกอร์ ผมจะเลือกจากกิ่งมะนาวปลอดโรค  และแช่นมหมักเชื้อ BS 5 นาที ก่อนปลูกลงดิน
3.2 โรครากเน่าโคนเน่า ผมจะ โรยเชื้อราไตรโครเดอร์ม่า ใส่รากมะนาว ก่อนปลูกครับ  นอกจากนี้ ผมจะไม่รดน้ำมะนาวทุกวัน โดยปกติ ผมจะรดน้ำมะนาว สัปดาห์ละ 3-4 ครั้งพอครับ และไม่รดจนเปียกโชก เพราะ อาจทำให้เกิดรากเน่าได้
3.3 สำหรับการป้องกันหนอนและเพลี้ย จะใช่้ยาฆ่าแมลงสูตร 1-4-8 ครับ

วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

รักษาโรคแคงเกอร์ ใน มะนาวให้หายขาด แบบชาวสวนปลอดภัย

การรักษาโรคแคงเกอร์ในมะนาวให้หายขาด โดยไม่ใช้สารเคมี

หรือ สารพิษใดๆ เลย หลักการมี 7 ข้อ 


1 ต้องกำจัด ทำลาย กิ่ง ก้านใบ ที่ติดโรคแคงเกอร์ออก ให้มากเข้าไว้

2 ต้นมะนาวบางต้น ติดโรคอย่างหนักเกินเยียวยา ต้อง ฌาปนกิจซ่ะ

3 ใช้แบคทีเรียดี(พระเอก) ฆ่า แบคทีเรียร้าย(ก่อโรคแคงเกอร์)

4 เพาะขยายพันธุ์แบคทีเรียดี ให้น้ำ ให้อาหาร เลี้ยงให้โต ให้แข็งแรง

5 พ่นเชื้อแบคทีเรียดี ( เชื้อ Killer B คิลเลอร์บี) 4 รอบเพื่อฆ่าล้างบางแบคทีเรียร้าย

6 พ่นเชื้อแบคทีเรียดี (เชื้อ Killer B คิลเลอร์บี )กระตุ้น คุ้มครองมะนาวให้ปลอดโรคแคงเกอร์
 ทุก 2 เดือน

7 ตัดแต่งกิ่งมะนาวให้แดดส่อง ทุก  3 เดือน เพื่อ ลดการสะสม แบคทีเรียร้าย(ก่อโรคแคงเกอร์)


ภาพ ผลการทดสอบประสิทธิภาพ นมหมัก เชื้อ Killer B คิลเลอร์บี






ส่วนผสม
·      หัวเชื้อแบคทีเรีย เชื้อ Killer B คิลเลอร์บี  ชนิดผง 1 ซองเล็ก
·      นมแลตตาซอย 1 กล่อง 500-600 ml
·      น้ำตาลกลูโคส หรือ น้ำตาลทราย 2-3 ช้อนชา

การเตรียม
      ผสมให้เข้ากันในโถพลาสติก ขนาด 5-10 ลิตร หมักไว้ในห้องที่มีอากาศร้อน (อย่าปิดฝา)  แต่ไม่ให้โดนแสงแดด ระหว่างนั้น ควร คนบ่อยๆ  เก็บไว้นาน 4-7 วัน   จึงนำมาใช้ได้  พยายาม อย่าให้มดขึ้นด้วย  เวลาใช้

การเก็บรักษา

  • ไว้ในอุณหภูมิห้อง 25-30 องศา เติม แลตตา ครั้งละ 100 ml ทุก 7 วัน(ห้ามปิดฝา) ยานี้ อยู่ นอกตู้เย็น ได้นาน 35 วัน
  • เก็บในตู้เย็น อุณหภูมิ 2 - 8 องศา ก่อนใช้ ใส่น้ำตาล 2 ช้อนชา  ตั้งไว้ที่อุณหภูมิห้องนาน            24-36 ชั่วโมง  (เก็บในตู้เย็นได้ 6 เดือน )

การใช้งาน 

นำน้ำนมหมักเชื้อเชื้อ Killer B คิลเลอร์บี  ที่ได้ 150 ml ไป ผสมน้ำ 20 ลิตร (อย่าให้มีคลอรีน)  และ ผสมสารจับใบ  20 ml  ในการพ่นใบมะนาว มะกรูด ส้ม ที่เป็นโรคแคงเกอร์ ควรพ่นตอนเย็นจะได้ผลดีกว่า พ่นตอนเช้า

*** กรณี ติดเชื้อแคงเกอร์ที่กิ่งมะนาว ใช้ น้ำนมหมักเชื้อKiller B คิลเลอร์บี
                     ทาที่กิ่งโดยตรงไม่ผสมน้ำ ***





$$$ วิธีนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ สารกลุ่มคอปเปอร์ และ สเตรปโตมัยซิน ก็รักษาแคงเกอร์ได้ผล $$$




ปล. ผมได้ทำ แบคทีเรีย  Killer B คิลเลอร์บี  ออกขาย แล้ว ชุด ละ 200 บาท มี 4 ซอง
2 ฃุด 300 บาท  และ 4 ชุด 450 บาท 5 ชุด 500 บาท  ค่าส่งฟรี  โอนเงิน ตามบัญชีกรุงไทย ออมทรัพย์  434-119-3414



โอนเงินแล้ว ติดต่อเภสัชเอก 0823074103
 ส่งหลักฐานการโอนเงินที่
 อีเมล newfrxbaby@gmail.com หรือ https://www.facebook.com/AkeLimeGarden/
ควร ขอเป็นเพื่อนผม ใน facebook ก่อนน่ะครับ





วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

เคล็ดวิชา รักษาโรคแคงเกอร์ ใน มะนาวให้หายขาด ตอนที่ 1

เคล็ดวิชา รักษาโรคแคงเกอร์

เนื้อหา ประกอบด้วย

  • พื้นฐานความรู้เกี่ยวกับโรคแคงเกอร์และแบคทีเรีย
  • หลักการปฏิบัติในการรักษาโรคแคงเกอร์
  • เคล็ดวิชาการรักษาแคงเกอร์แบบเภสัชเอก
  • ตัวอย่าง การรักษาโรคแคงเกอร์แบบเภสัชเอก
  • คำถามทดสอบความเข้าใจผู้เรียน
                โรคแคงเกอร์นั้นมีสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรีย ที่มีชื่อว่า Xanthomonas axonopodi. pv citri. กล่าวแบบสั้นๆ ก็คือ โรคแคงเกอร์ สาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรียนั่นเอง โรคแคงเกอร์นั้นจะระบาดมากเมื่อมีความชื้นสูง กระแสลมแรง และ หนอนชอนใบเข้าทำลายใบมะนาว หรือ ใบส้ม จะทำให้โรคแคงเกอร์ระบาดมากขึ้น การกำจัดโรคแคงเกอร์เริ่ม จากการตัดกิ่งใบที่เป็นโรคทิ้งไปให้มากที่สุด   โรคแคงเกอร์ มัก พบกับ มะนาว มะกรูด ส้ม  โดยเฉพาะ มะนาวแป้นรำไพ ที่ เป็นมะนาวที่แม่ค้าในตลาด นิยมมากที่สุด เป็น โรคแคงเกอร์ บ่อยมาก  นอกจากนี้ มะนาวแป้นพวง มะนาวแป้นจริยา ก็ อ่อนแอต่อโรคแคงเกอร์  ส่วนมะนาวแป้นพิจิตร กับ มะนาวตาฮิติ ทนต่อโรคแคงเกอร์ดีพอสมควร โรคนี้มักพบที่ใบจะมีรอยโรคเป็นจุดสีน้ำตาล และอาจเกิดแผลที่ใบอาจมีรอยแตกร้าว 


พื้นฐานความรู้เกี่ยวกับโรคแคงเกอร์และแบคทีเรีย
  1. หลีกเลี่ยงสารเคมี หรือ ยาปฏิชีวนะ หากจำเป็นให้ใช้ สารเคมี ให้น้อยที่สุด
  2. ต้องกำจัดใบ และ กิ่งที่ติดโรคแคงเกอร์ ออกไป เผาทำลายให้มากที่สุด
  3. ใช้แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis)  ในการรักษาโรคแคงเกอร์                              และโรครากเน่าโคนแน่า
  4. บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis) ต้องถูกเพาะเลี้ยงด้วยอาหาร ให้เติบโต ขยายพันธุ์ก่อน
  5. บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis) ชอบน้ำตาล นม กลูโคส oxygen 
  6. ควรฉีดพ่น บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis) ในตอนเย็น 
  7. ไม่ควรให้น้ำที่มีคลอรีนผสมอยู่  เคล็ดวิชา รักษาโรคแคงเกอร์
  8. บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis) ชอบกินอาหาร พวกนม และถั่วเหลือง
  9. เราให้แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis) ในการรักษาโรคแคงเกอร์
  10. บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis) ต้องการอากาศ ที่มีออกซิเจน
  11. แบคทีเรียก่อโรคแคงเกอร์ Xanthomonas axonopodi. pv citri.จะโจมตี พืชเมื่อมีความชื้น และบาดแผลที่ กิ่ง ก้าน และ ใบ
  12. แบคทีเรียก่อโรคแคงเกอร์ Xanthomonas axonopodi. pv citri. ชอบอยู่ในกิ่งมะนาว และอยู่ได้นานในกิ่งมะนาวเป็นเวลาหลายปี
  13. แบคทีเรียก่อโรคแคงเกอร์ Xanthomonas axonopodi. pv citri. อยู่ในดินได้นาน 10 วัน
  14. แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis) ตายยาก เพราะ สร้างสปอร์ได้ อยู่ในดิน นานหลายสิบปี เคล็ดวิชา รักษาโรคแคงเกอร์
  15. แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis) ไม่ก่อโรคในพืช หรือ เป็นอันตราย ต่อ มนุษย์
  16. แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis) อยู่ในอาหาร ใน ขนมถั่วเหม็น  และ เต้าฮู้ญี่ปุ่น
  17. แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis) มี หลายร้อยสายพันธุ์
  18. แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis) มีงานวิจัย หลายชิ้น ที่ยืนยัน ว่า กำจัด แบคทีเรียก่อโรคแคงเกอร์ Xanthomonas axonopodi. pv citri. ได้
  19. สารเคมี ที่กำจัด แบคทีเรียก่อโรคแคงเกอร์ Xanthomonas axonopodi. pv citri. ใน ท้องตลาด หลักๆ มีอยู่ 2 ชนิด คือ ยากลุ่ม คอปเปอร์ และ สเตรปโตมัยซิน
  20. ยา หรือ สารเคมี ใช้แล้ว จะค่อยๆ หมดใบ แต่ แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis) เติบโตได้ ขยายพันธุ์ได้  อยู่ในมะนาวได้นาน หลายปี
  21. แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis) สร้าง สารปฏิชีวนะ ที่ฆ่าเชื้อ โรคแคงเกอร์ Xanthomonas axonopodi. pv citri. ได้
  22. แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis) สร้าง สารปฏิชีวนะ ที่ฆ่าเชื้อรา ก่อโรครากเน่าได้ คือ เชื้อรากลุ่มไฟท็อปเทอร่า 
เคล็ดวิชา รักษาโรคแคงเกอร์


ผมหาความรู้และ ทำการทดลองอย่างไรจึงแน่ใจว่ารักษาโรคแคงเกอร์ได้
  • โรคแคงเกอร์ ภาษาอังกฤษ คือ citrus canker ผมอ่าน หาข้อมูล เพิ่ม จาก google
  • ผมพบว่า โรคแคงเกอร์( citrus canker )  เกิดจาก แบคทีเรีย Xanthomonas axonopodi. pv citri.
  • ผม หาเอกสารทางวิชาการที่ น่าเชื่อถือ มาอ่านเพิ่ม
  • ผมทดลอง นำ แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis) ในมะนาวของผม
  • โดยผม ต้องปรุง น้ำกระสายบยา หรือ สารที่ใช้เพาะขยายเชื้อ บาซิลลัส ซับทิลิส
  • ผมพัฒนาเทคนิค การพ่น การผสม การเพาะขยายเชื้อ บาซิลลัส ซับทิลิส
  • ผมทดสอบ วิธีัการทั้งหมด ( การพ่น การผสม การเพาะขยายเชื้อ) ว่า รักษาโรคแคงเกอร์ในมะนาวได้หรือไม่
  • ผมทดลองซ้ำอีก 5 ครั้ง ในมะนาวแป้นรำไพ แป้นพวง มะนาวน้อย แป้นดกพิเศษ พบว่า แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis) รักษาโรคแคงเกอร์ได้จริง
  • ผมติดตาม ต่ออีก 8 เดือน ไม่พบการระบาดซ้ำ ของโรคแคงเกอร์ในมะนาว
  • ผมสรุปว่า วิธีการรักษาโรคแคงเกอร์โดยใช้ บาซิลลัส ซับทิลิส แบบเภสัชเอกได้ผลดีมาก
ข้อมูล ของ แบคทีเรียก่อโรคแคงเกอร์ Xanthomonas axonopodi. pv citri.


Species Name:   Xanthomonas axonopodis citri
Common Name:               Citrus Canker

I.  TAXONOMY

Kingdom Phylum/Division: Class: Order: Family: Genus:
Bacteria Proteobacteria Gamma Proteobacteria Xanthomonadales Xanthomonadaceae Xanthomonas

เคล็ดวิชา รักษาโรคแคงเกอร์

Citrus tree leaves showing evidence of citrus canker, the result of infection by the non-native bacterial pathogen Xanthomonas axonopodis pv. citri. Photograph courtesy USDA/ARS.
  

Citrus canker infection is evident on this fruit. Photograph courtesy USDA/APHIS. Photographer R. Anson Eaglin.

Species Name:  
Xanthomonas axonopodis pv. citri

Common Name:
Citrus Canker

Synonymy:
Xanthomonas axonopodis Hasse, 1915
Xanthomonas campestris pv. citri Dye
Xanthomonas citri ex Hasse

เคล็ดวิชา รักษาโรคแคงเกอร์

Species Description:
Citrus canker is a disease of cultivated citrus plants caused by nonindigenous bacterial pathogen Xanthomonas axonopodis pv. citri ('Xac'). 

Genus Xanthomonas consists of gram-negative, rod-shaped, polarly-flagellated bacteria whose members commonly occur as serious plant pathogens. Colonies are typically yellow in color due to the presence of a particular carotenoid pigment identified through relatively simple screening procedures and generally indicative of the genus (Starr and Stephens 1964).

ข้อมูลโรคแคงเกอร์ จากองค์กรระดับโลก

http://www.apsnet.org/edcenter/intropp/lessons/prokaryotes/Pages/CitrusCanker.aspx
Citrus canker
Gottwald, T.R. 2000. Citrus canker. The Plant Health Instructor. DOI: 10.1094/PHI-I-2000-1002-01
Updated 2005.

DISEASE: Citrus canker

PATHOGEN: Xanthomonas axonopodis pv. citri and Xanthomonas axonopodis pv. aurantifolii

HOSTS: Numerous species, cultivars, and hybrids of citrus and citrus relatives including orange, grapefruit, pummelo, mandarin, lemon, lime, tangerine, tangelo, sour orange, rough lemon, calamondin, trifoliate orange, and kumquat.

Authors
Tim R. Gottwald, USDA, ARS, Orlando, Florida
James H. Graham, University of Florida, Lake Alfred, Florida


Canker infected fruit, foliage, and stems.
(Courtesy T.R. Gottwald, copyright-free)

Symptoms and Signs
Citrus canker can be a serious disease where rainfall and warm temperatures are frequent during periods of shoot emergence and early fruit development. This is especially the case where tropical storms are prevalent. Citrus canker is mostly a leaf-spotting and fruit rind-blemishing disease, but when conditions are highly favorable for infection, infections cause defoliation (Figure 2), shoot dieback, and fruit drop.


Figure 2

Leaf Lesions: Citrus canker lesions start as pinpoint spots and attain a maximum size of 2 to 10 mm diameter (Figure 3). The eventual size of the lesions depends mainly on the age of the host tissue at the time of infection and on the citrus cultivar. Lesions become visible about 7 to 10 days after infection on the underside of leaves and soon thereafter on the upper surface. The young lesions are raised or ‘pustular’ on both surfaces of the leaf, but particularly on the lower leaf surface (Figure 4). The pustules eventually become corky and crateriform with a raised margin and sunken center. A characteristic symptom of the disease on leaves is the yellow halo that surrounds lesions (Figure 5). A more reliable diagnostic symptom of citrus canker is the water-soaked margin that develops around the necrotic tissue (Figure 6), which is easily detected with transmitted light.


Figure 3
Figure 4

Figure 5
Figure 6

Fruit and Stem Lesions: Citrus canker lesions on fruit (Figure 7) and stems (Figure 8) extend to 1 mm in depth, and are superficially similar to those on leaves. On fruit, the lesions can vary in size because the rind is susceptible for a longer time than for leaves and more than one infection cycle can occur (Figure 9). Infection of fruit may cause premature fruit drop but if the fruit remain on the tree until maturity such fruit have reduced fresh fruit marketability. Usually the internal quality of fruit is not affected, but occasionally individual lesions penetrate the rind deeply enough to expose the interior of the fruit to secondary infection by decay organisms (Figure 10). On stems, lesions can remain viable for several seasons. Thus, stem lesions can support long-term survival of the bacteria

เอกสารแสดงกลไกการติดเชื้อโรคแคงเกอร์ในพืช

http://www.formatex.info/microbiology2/196-204.pdf

วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

หนอนชอนใบ ใบมะนาว และ แคงเกอร์

หนอนชอนใบ มะนาว


หนอนชอนใบ จะ เข้า ทำลายใบอ่อน ใบแก่มะนาว ทำให้ใบมีแผล และ โรคแคงเกอร์ จะตามมา

หนอนชอนใบ ศัตรูร้ายของพืชตระกูลส้ม มะนาว มะกรูด เป็นได้เหมือนกันทั้งนั้น

หนอนชนิดนี้เกิดจากผีเสื้อกลางคืนตัวเล็กๆ ไม่เกิน 1 ซม. จะบินมาวางไข่เดี่ยวๆ

บนใบและใต้ใบ บริเวณใกล้เส้นกลางใบ จากนั้น 3-5 วัน จะฟักตัวออกจากไข่ แล้ว

หนอนชอนใบ มะนาว

หนอนชอนใบ    จะเจาะแวกซ์ หรือ ผิวเคลือบใบ แล้วค่อยๆ สอดตัวเข้าคืบคลานกัด


กินเนื้อเยื่อใบไป 5-10 วัน จนกลายเป็นลายเส้น ใบจนบิดเบี้ยวผิดรูป หงิกงอ ขอบใบ

ม้วนเข้าหาเส้นกลางใบ ส่งผลให้ต้นแคระแกร็น ไม่ติดผล นอกจากนั้นจุดที่ หนอนชอนใบ

เจาะไว้ ยังเป็นช่องทางให้เชื้อโรค เชื้อราและแบคทีเรียตามมาทำร้ายต้นมะนาวได้อีกด้วย



ยาปราบหนอนชอนใบที่ได้ผลได้แก่ สตาร์เกิ้ล แจ็คเก็ต โปรวาโด และ Cypermethrin

โดยเมื่อมะนาว แตกใบอ่อน เราจะใช้ สูตร 1 4 8 ในทันที

อ่านเพิ่มที่ไทยรัฐ http://www.thairath.co.th/content/470360


วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2558

การคุมยอดอ่อน ด้วยยาฆ่าแมลง สูตร 1 4 8 มัน คืออะไร

เมื่อมะนาวแตกยอด แตกใบอ่อน หนอน และ เพลี๊ยะ จะ เข้าทำลายใบอ่อน

เมื่อใบอ่อน มะนาวถูกทำลาย มักจะมี โรคแคงเกอร์ตามมา ทำให้ใบมะนาว

และกิ่งมะนาวถูกทำลาย ทำให้มะนาวโตช้า  และ อาจถึงตายได้เลย

มะนาวที่แตกใบอ่อน แมลง และ หนอน จะชอบมากๆ...
.
ที่เรากลัว คือ พวกหนอนชอนใบ และ เพลี๊ยะไฟ ..........



เมื่อใบอ่อนมะนาวถูกทำลาย ทำให้ การสังเคราะห์แสงลดลง

มะนาวจะโตช้า  และ ขาดความสมบูรณ์ เป็นอุปสรรค ในการออกดอกมะนาว

การพ่นยาฆ่าแมลงสูตร 1  4 8 คือ การพ่นยา 3 รอบ โดย เมื่อพบมะนาวแตกยอดอ่อน

ออกมา มาก ให้ พ่นยา ใน วัน ที่ 1  วันที่  4  และ วันที่ 8 จะช่วย

ปกป้องยอดอ่อน ใบ มะนาว ไม่ให้ หนอน และ เพลี๊ยะมาทำลาย

ทำให้ใบมะนาว สวยสมบูรณ์ ส่งผล ให้ การสังเคราะห์แสงดีเยี่ยมเต็ม 100


เมื่อการสังเคราะห์แสงดี ทำให้ ต้นมะนาวโตเร็ว สมบูรณ์ พร้อมออกดอก ภายใน 6 เดือน

และ การที่ใบสวยสมบูรณ์ จะทำให้มะนาว มีการสะสม อาหารได้มาก พร้อม จะออกดอก ออกผล

สูตร 148 สูตรน้ำมัน ECวันที่ 1 ใช้ โปรวาโด้ 1 กรัม ผสมน้ำ 20 ลิตร แล้วพ่น

วันที่ 4   ใช้  คาราเต้ 20 cc ต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นตอนเย็น (มีผลห้ามพ่น)

วันที่ 8 ใช้ อะบาเม็กติน 10 cc ผสม น้ำ  20 ลิตร พ่นตอนเย็น  (มีผลห้ามพ่น)


** เราสามารถใช้ อิมิดาคลอพริด แบบน้ำ แทน โปรวาโดได้
อิมิดาคลอพริด


การเลือก สารกำจัดแมลง 3 ตัว คือ  โปรวาโด้ คาราเต้  และ  อะบาเม็กติน
เพราะ สารทั้ง สามตัว หาง่าย มีฤทธิ์แรง ราคาไม่แพง
หาก ไม่มี โปรวาโด ใช้ ยาอื่นแทน ที่ มียา อิมิดาคลอพริด ได้ เช่น ชาด้า
การใช้ 3 ตัว สลับกันเพราะ ป้องกันการดื้อยา  และ สาร 3 ตัว นี้ สามารถ

คาราเต้

คาราเต้ กำจัด หนอนชอนใบ เพลี้ยไก่แจ้  และ เพลี๊ยะไฟ .........ได้ดีมาก


ฟิโพรนิล
                                        ฟิโพรนิล กำจัดปลวก และเพลี้ยไฟ ได้ดีมากกกกกก


สูตร 1   4    8 ดัดแปลงมาจาก สูตร  1   4  7 ของ รศ.ดร.รวี เสรฐภักดี

นอกจากนี้ เราสามารถใช้ เซพวิน 85 หรือ ฟิโพรนิล มาใช้ในสูตร 1-4-8 อีกด้วย



สูตร 148 สูตรน้ำ(พ่นช่วงติดผลได้)วันที่ 1 ใช้ เซพวิน 85   40 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร

วันที่่ 4 ใช้ โปรวาโด  2 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ชาด้า 20 ซีซี

วันที่ 8 ใช้ ฟิโพรนิล  25 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร 










วันอังคารที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2558

เพลี้ยไฟ ทำลายใบอ่อน และ ผลอ่อนมะนาว

เพลี้ยไฟพริก

เพลี้ยไฟพริก หรือ chilli thrips ชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Scirtothtips dorsalis Hood

ในมะนาว คือ เพลี้ยไฟพริก แมลงคนละชนิดกับ เพลี้ยไฟฝ้าย 

เพลี้ยไฟจะเข้าทำลายใบอ่อน และ ผลอ่อนมะนาว เสียหาย

ใบมะนาว จะหงิกงอ ลีบ ใบเล็กลง จาก เพลี้ยไฟ ได้













เพลี้ยไฟ ทำให้ ลูกมะนาว จะมีรอย ด่างๆ ขาวๆ ผิวมะนาวด้าน ไม่สวย

เพลี้ยไฟ ตายยาก ระบาดง่าย  ดื้อยาปราบศัตรูพืชได้ ง่าย

จึงต้องใช้ยาฆ่าแมลง อย่างน้อย 2 ชนิด สลับกัน ตาม สูตร 1 4 8 มาปราบ เพลี้ยไฟ


ใบมะนาวถูกเพลี้ยเล่นงาน






เพลี้ยไฟเป็นแมลงศัตรูพืชขนาดเล็ก มีสีเหลืองนวล เหลืองปนน้ำตาล

 น้ำตาลเข้มและสีดำ มีทั้งชนิดมีปีกและไม่มีปีก ปีกมีลักษณะเป็นแผ่น

บางใส มีขนยาวรอบขอบปีก  ปีกแบนราบขนานกันบนสันหลังหรือสามารถ

ซ้อนลำตัวได้ ส่วนท้องมีลักษระเรียวยาว มีจำนวนปล้อง 10 ปล้อง


ผลมะนาวที่ถูกเพลี้ยไฟ


 เพลี้ยไฟ เป็นแมลงที่มีเขตการแพร่กระจายไปทั่วโลก ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัย

สามารถทำลายพืชได้     โดยใช้กรามเขี่ยวดูดน้ำเลี้ยงจากเซลล์พืชในส่วน

ยอด ตาอ่อน ใบ ดอกและผล ทำให้ใบเกิดรอยด่าง สีซีด หรือทำให้ขอบใบแห้ง

 ตาอ่อนชะงักการเจริญเติบโต กลีบดอกมีสีซีด โดยเฉพาะกลีบดอก

ที่มีสีเข้มจะเห็นการทำลายได้อย่างชัดเจน บางครั้งพบลักษณะเป็นรอยแผลสีน้ำตาล

ตัวยา อะบาเม็กติน



ยาปราบ เพลี๊ยไฟ ได้ดี คือ โปรวาโด (อิมิดาคลอพริด)  ฟิโพรนิล และ แจคเก็ต (อะบาเม็กติน)

โดยเมื่อมะนาว แตกใบอ่อน เราจะใช้ สูตร 1 4 8 ในทันที



โปรวาโด หรือ ยา อิมิดาคลอพริด

แจ็คเก็ต คือ ยา อะบาเม็กติน (เข้าน้ำมัน)

ฟิโพลนิล


นอกจากนี้ ยังใช้ยา ฟิโพรนิล ได้ผลดี ในการกำจัดเพลี้ยไฟ หนอน ปลวก อีกด้วย





สำหรับ  ยาที่กำจัดเพลี้ยไฟ ได้ดีมาก ก็คือ โปรวาโด (อิมิดาคลอพริด )

โดยผสม โปรวาโด 2 กรัม ต่อ น้ำ 20 ลิตร สลับกับ แจคเก็ต  หรือ ฟิโพรนิล

รับรองเพลี้ยไฟ จะตายเรียบไปจากสวนมะนาวของคุณแน่นอน


อิมิดาคลอพริดแบบผง


นอกนี้ อิมิดาคลอพริด ยังมียาในรูปแบบน้ำ ที่ใช้ง่ายได้ผลดีอีกด้วย ตามภาพ คือ ยี่ห้อ ชาด้า


โดย ผสม ชาด้า  ตัวยา อิมิดาคลอพริด 10%  จำนวน  30 มิลลิลิตร ต่อ น้ำ  20 ลิตร

***อย่าลืมผสมสารจับใบด้วย****


อิมิดาคลอพริด น้ำ 10%



ยาฆ่าแมลงที่ใช้ในเกษตรอินทรีย์ ที่กำจัดเพลี้ยไฟได้

  1. ไวท์ออย หรือ ปิโตเลี่ยมออยล์
  2. เชื้อรา บิววาเรีย 






การป้องกันเพลี้ยไฟ 
1 ใช้ การพ่นละอองน้ำให้ทั่วสวน เวลาอากาศแห้ง จะลดการระบาดเพลี้ยไฟลงได้ 80%
2 การใช้ เชื้อรา บิววาเรียฉีดพ่น ในช่วงระบาดทุกสัปดาห์ จะลดคามรุนแรงลงได้ 70%


วันอังคารที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2558

การปลูกมะนาวใหม่



1 ควรปลูก ตอนเย็น และ มีน้ำรดมะนาวตลอด 14 วันแรก

เลือกมะนาวในถุงดำที่อนุบาลไว้อย่างน้อย 14 วัน

ให้ จุ่มรากมะนาว ด้วยไตรโครเดอร์ม่า หรือ แบคทีเรีย คิลเลอร์บี

ก่อนปลูกเสมอ  เพราะช่วยป้องกันโรครากเน่า โคนเน่าได้


2 เตรียมไม้ปักพยุงต้นมะนาว ยาวสัก 50  cm


3 แกะมะนาว จากถุงดำ  นำมาวางในหลุมปลูก

โดยมีดินดีๆ รองไว้แล้ว สัก 25 cm ปลูกระดับ 10-15 cm



4 รองก้นหลุ่มด้วย ปุ๋ยละลายช้า และ สตาร์เกิ้ลจี

อย่างละ 1-2 ช้อนชา ต่อมะนาว 1 ต้น



5 รดน้ำ ทุกวัน จนมะนาวเริ่มแตกยอดใหม่


6 เมื่อมะนาว แตกยอดใหม่ ใช้สารกำจัดแมลงสูตรคุมยอด 1-4-8

วันที่ 1 ใช้ Cypermethrin 35% 15 cc ต่อน้ำ 20 ลิตร  +สารจับใบ
วันที่ 4 ใช้ โปรวาโด้  2 กรัม  ผสมน้ำ 20 ลิตร +สารจับใบ แล้วพ่น
วันที่ 8 ใช้ เซพวิน   40 กรัม  ผสมน้ำ 20 ลิตร  +สารจับใบ แล้วพ่น

*พ่นแบคทีเรีย คิลเลอร์บี  1 ครั้ง พอมะนาวครบ 14 วัน



7 พ่นปุ๋ยทางใบ สูตรโยกหน้าทุก 14 วัน
ใน 2 เดือนแรก

8 พอมะนาว ครบ 2  เดือน ให้น้ำ วันเว้นวัน

9 และ ใช้ปุ๋ยยาร่า สูตร 21-7-14   หรือ ใส่ปุ๋ยทางดิน 15-15-15+ยูเรีย+0-0-60 ตามขนาดทรงพุ่ม ทุก 2 เดือน

*พ่นใบแบคทีเรีย คิลเลอร์บี  1 ครั้ง+ ราดดิน   พอมะนาวครบ 3 เดือน

10 ปรับ pH ดิน 6.0-7.0 ทุก 4 เดือน


หากดินเป็นกรด มาก ให้ ทยอย ใส่ ปูนขาว ทุก  7 วัน ปรับจนได้   pH ดิน 6.0-7.0

แล้วติดตามวัด  pH  ทุก 4 เดือน
* ตัดแต่งกิ่ง ตามสูตร รศ.ดร.รวี เมื่อมะนาวครบ 4 เดือน

วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2558

เชื้อ BS บาซิลัส ปราบแคงเกอร์ ทดสอบแล้ว ได้ผลลัพธ์ยอดเยี่ยม

เชื้อ BS บาซิลัส ปราบแคงเกอร์


โรคแคงเกอร์ กวนใจ ชาวสวนมะนาว มะกรูด มาก เพราะ โรคแคงเกอร์ นั้น ทำลายใบ

ทำลายกิ่ง  และ ทำลายผล มะกรูด มะนาว ให้เสียหายมาก  และรักษายาก เป็นแล้ว

เป็นอีก  ทำให้เกษตรกร ต้องใช้ยากลุ่ม คอปเปอร์ และ สเตรปโตมัยซิน บ่อยๆ ซึ่งมีข้อเสีย

ได้แก่

1  คอปเปอร์ คือ ทองแดง พ่นบ่อยๆ เกิดพิษสะสม ของทองแดง ส่งผลเสีย ต่อระบบนิเวศมากมาย

2 สเตรปโตมัยซิน เป็น ยาปฏิชีวนะ ใช้ในการรักษาโรควัณโรค ใน คน การใช้ ยา สเตรปโตมัยซิน

ในสวนมะนาว จะส่งผลทำให้ เชื้อวัณโรค ในมนุษย์ดื้อยา ตัวนี้ได้ โดยเฉพาะการใช้ในแปลงปลูก

3 คอปเปอร์ และ สเตรปโตมัยซิน มีราคาแพง ต้องพ่นบ่อยๆ จึงจะควบคุมโรคแคงเกอร์ได้

ทางออก ในการคุมโรคแคงเกอร์ แบบปลอดสารพิษ คือ การใช้ น้ำนมหมักเชื้อ BS

เชื้อ BS คือ เชื้อ บาซิลลัส ซับทิลิส ที่กำจัดแบคทีเรีย ก่อโรคแคงเกอร์ได้ดีมากๆ

และ เชื้อ BS ยังสามารถ กำจัดเชื้อรา ไฟท็อปเทอร่า ที่ก่อโรครากเน่า โคนเน่าได้ดีอีกด้วย

ดังนั้น การใช้ เชื้อ BS จึงสามารถควบคุมได้ ทั้งโรคแคงเกอร์ และ โรครากเน่า โคนเน่า

การเตรียมนมหมัก เชื้อ BS Bacillus Subtilis 
ส่วนผสม
·      หัวเชื้อแบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis)  ชนิดผง 1 ช้อนชา
·      นม UHT รสหวาน 1 กล่อง 250 ml
·      นมแลตาซอย 1 กล่อง 250 ml
·      น้ำตาลกลูโคส หรือ น้ำตาลทราย 3 ช้อนชา

การเตรียม

      ผสมให้เข้ากันในขวดน้ำอัดลมพลาสติก ขนาด 1.25 ลิตร หมักไว้ในห้องที่มีอากาศร้อน (อย่าปิดฝาแน่น)  แต่ไม่ให้โดนแสงแดด  เก็บไว้นาน 48-60 ชั่วโมง จึงนำมาใช้ได้  พยายาม อย่าให้มดขึ้นด้วย  เวลาใช้ นำน้ำยาที่ได้ 150 ml ไป ผสมน้ำ 20 ลิตร และ ผสมสารจับใบด้วย ในการพ่นใบมะนาว มะกรูด ส้ม ที่เป็นโรคแคงเกอร์ ควรพ่นตอนเย็นจะได้ผลดีกว่า

การใช้งานน้ำนมหมัก เชื้อ BS

น้ำนมหมัก เชื้อ BS  150 cc ผสม น้ำปลอดคลอรีน 20 ลิตร และ สารจับใบ 25 cc
ฉีดพ่นให้ทั่วใบ กิ่งมะนาว  และ พื้นดิน ใต้ต้นมะนาวให้ทั่ว ในการพ่่น น้ำนมหมักเชื้อ BS
ให้พ่น 3 ครั้ง ก่อน โดย สูตร 1  4  8  แล้ว ต่อมาให้พ่น น้ำนมหมัก เชื้อ BS เดือนละ 1 ครั้ง
จนโรคแคงเกอร์หายไป จากสวนมะนาว มะกรูด