วันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2559

การเปิดตาดอกมะนาว ให้สำเร็จ

ก่อนจะให้มะนาว ออกดอก 2 เดือน เราจะให้ปุ๋ยโยกหลัง ตรานกเงือกแดง

ทุก 7 วัน ใน เดือนแรก ให้ น้ำได้ ตามปกติ  ส่วน เดือน 2 ให้งดให้น้ำเด็ดขาด 


เมื่อมะนาว เมื่อใบเริ่มแก่ เราควรอดน้ำมะนาว อายุ ครบ 60 วัน เพื่อให้มะนาว

พร้อมออกดอก อดน้ำหลายวันจนไปเริ่มเหี่ยวนิดหน่อย หากมีฝนตกช่วงอดน้ำ



เราแก้ได้ เราแก้ได้โดยใช้ ปุ๋ยสูตร 0-52-34  โดยผสม 100 กรัม ต่อ น้ำ 20 ลิตร 

ฉีดพ่น หรือ อาจใช้สูตร 0-0-60 แทนก็ได้ เช่นกัน 




เมื่อหยุด ไนโตรเจน ไม่ขึ้นมากับน้ำฝน  เราจะหยุดการแตกยอดได้



จนมะนาวแก่ และเริ่มขาดน้ำ เหี่ยว เราจะให้น้ำเต็มที่แก่มะนาว 2 วัน


วันที่่ 3 ให้น้ำ สัก 70% พอ แล้วให้ปุ๋ยเปิดตาดอก สูตร 13-0-46 


โดยส่วนผสม 80 กรัม ต่อ น้ำ 20 ลิตร อีก 3 วันทำ แบบเดิม คือ


ให้ปุ๋ยเปิดตาดอก  13-0-46 อีกครั้ง ซึ่งก็ ปุ๋ยของ ชาลีเฟท ที่หาซื้อง่าย 



โดยช่วงนี้ เราจะให้ปุ๋ยโยกหลังไปด้วยทุก 7 วัน ที่แนะนำคือ


ปุ๋ยนกเงือกแดง หรือ ปุ๋ยชาลีเฟทถุงทอง สูตร 10-20-30 ส่วนผสม


ปุ๋ย 70 กรัม ต่อ น้ำ  20 ลิตร ผสมสารจับใบด้วยเวลาฉีดพ่น 



วันพุธที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2559

แนวทาง รับมือ กับน้ำท่วม สำหรับสวนมะนาว

ผมเชื่อว่า เจ้าของสวนมะนาวหลายคน คงรู้สึกไม่น้อยที่ปีนี้ฝนตกบ่อยมาก
หลายพื้นที่น้ำท่วม ผลผลิตเสียหาย  ผมเองมีเทคนิครับมือน้ำท่วมมาฝาก
เราสามารถทำดังนี้

1 เตรียมแก้มลิง หรือ จุดรับน้ำไว้ ถ้าสามารถทำได้ จะช่วยทำให้เรามีจุดรับน้ำเวลาฝนตกหนัก หากน้ำท่วมแปลงมะนาว    เราสามารถสูบน้ำมาพักไว้ที่นี่ได้  หากแก้มลิงลึมากพอ ยังใช้เปผ็นบ่อเก็บสำรองน้ำได้อีกด้วย  นอกจากนี้ ยังใช้เลี้ยงปลา  และปลูกพืชน้ำอีก คุ้มจริง ๆ



2 จัดหาเครื่องสูบน้ำ มาใช้ จริงๆ  เมื่อมีน้ำท่วมขัง  หากต้นไม้มีน้ำท่วมขัง รากต้นไม้จะขาดอากาศ หรือ ขาดอ็อกซิเจน    การสูบน้ำออกโดยเร็ว เป็นการแก้ไขที่ตรงจุด  เพราะเมื่อมีน้ำท่วมขัง รากมะนาวจะตาย ใบจะเริ่มเหลือง  และร่วง จนในที่สุดต้นมะนาวจะตาย

3 ตัดแต่งกิ่งใบออก + พร้อมใส่ปุ๋ยบำรุงเต็มที่  การทำแบบนี้ ทำให้มะนาวมีอาหารสะสมมากขึ้น ทนการถูกน้ำท่วมได้ดีขึ้น   ประกอบกับการตัดใบออกไปทิ้ง ลดภาระการใช้ อ็อกซิเจนของพืชลงอีกด้วย การทำแบบนี้ ทำให้ต้นมะนาวรอดตายได้มากขึ้น

4 เติมอากาศให้น้ำที่ท่วมขัง  โดยใช้ระบบใบบัด หรือ แอร์ปั๊ม  ทำให้ น้ำไหล กระเด็นมีฟอง จะช่วยได้ 50%

การป้องกันปัญหา กรณีน้ำท่วมซ้ำซาก

1 ยกร่องลูกฟูกมะนาวสูง 70 cm ขึ้นไป
2 กรณี ใช้วงบ่อควรทำสองชั้น
3 ทำแก้มลิงเก็บน้ำให้ลึกและใหญ่



วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559

ปราบแคงเกอร์หน้าฝน ต้องเล่นของโหด ด้วย Super C ตาม ด้วยKiller B

หากเรา ไม่กำจัดโรคแคงเกอร์ให้ สิ้นซากก่อนเข้าฤดูฝน แล้ว ปัญหาจะตามมาทันที


เพราะ หากฝนตกเกือบทุกวัน ไม่ว่าคุณจะใช้ ฟังกูราน แคงเกอร์น็อค หรือ Killer B


ฝนจะชะล้าง ตัวยาออกจากใบมะนาว ตกลงสู่พื้นดิน ทันที ทำให้เชื้อโรคแคงเกอร์


สามารถเริงร่า อยู่ในกิ่ง ใบมะนาวของต้นได้ต่อไป  แต่ตอนนี้ ผมเภสัชเอกมีทางแก้



นั่นคือ การใช้สารเคมี ใน ยาใหม่ มีชื่อว่า Super C ซุปเปอร์ซี ตัวยาละลายน้ำ แล้ว


ปลดปล่อย แก๊ส ออกมาฆ่าเชื้อโรคแคงเกอร์ ได้ อย่างรวดเร็วภายใน 30 นาที


หากพ้น 60 นาทีไปแล้ว มีฝนตกมา ก็ไม่ทำให้ ฤทธิ์เดชของ Super C ซุปเปอร์ซี นั้น

มันลดลงแต่อย่างใด หลังจากนั้น เราประเมินดูอาการโรคแคงเกอร์ 3 วัน หลังพ่น

ยา Super C ซุปเปอร์ซี หากอาการไม่สงบ พ่น Super C ซุปเปอร์ซี ซ้ำอีก 1 ครั้ง

อาการโรคสงบ คือ แผลแห้ง ไม่มี จุดเหลืองเพิ่ม หรือ รุกลาม ออกไป อีก ใบเกิดใหม่ไม่มีโรค

แต่ถ้าโรคแคงเกอร์สงบ ปิด Job ด้วยการพ่น Killer B  3-5  ครั้ง โดยแต่ละครั้ง

Killer B

พ่น Killer B ห่างกัน 3 วัน แค่นี้ โรคแคงเกอร์ ในหน้าฝนก็หายไปแล้ว เยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

โดยเรา สามารถ ป้องกัน โรคแคงเกอร์ โดย พ่น Killer B ทุก  2 เดือน ได้ 

ท่านสามารถสั่งซื้อ ยา คู่ มังกรพยอง Killer B + Super C โดยราคาขายเป็นชุด

ชุดเล็ก  370 บาท ชุดกลาง 570 บาท
ชุดใหญ่ 870 บาท ชุดจัมโบ้ 1500 บาท

โดย ชุดเล็ก ในมะนาว ไม่เกิน 80 ต้น
ชุดกลาง มะนาว ไม่เกิน 180 ต้น
ฃุดใหญ่ มะนาวไม่เกิน 320 ต้น
ชุดจัมโบ้ มะนาวไม่เกิน 840 ต้น




วันเสาร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2559

ปราบโรคแคงเกอร์หน้าฝน ทำไงเอาอยู่ กรณีใช้แบคทีเรีย

                        ตอนนี้ ผู้เขียนเองเลิกใช้ ทองแดง หรือ คอปเปอร์ ในการปราบโรคแคงเกอร์ แล้ว เพราะ ทองแดงเป็นโลหะหนักเกิดพิษสะสมได้    เลยหันมาใช้แบคทีเรียแทน  โดยผู้เขียนใช้ Killer B ที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ขึ้นมาเอง  หากผู้อ่นไม่สามารถหาซื้อ Killer B ได้แนะนำ ให้ใช้ บีเอส พลายแก้ว ของชมรมเกษตรปลอดสารพิษ  สามารถรักษาโรคแคงเกอร์ได้เช่นกัน 


                         ปกติ ถ้าฝนไม่ตก พ่น Killer B 4 หรือ 5 รอบ โรคแคงเกอร์ก็หายสนิทแล้ว แต่เมื่อฝนตก ฝนจะชะล้าง Killer B ออกจากใบและกิ่งมะนาว ลงสู่พื้นดิน แต่ผม ยัง ก็สามารถปราบโรคแคงเกอร์ให้หายได้ ในหน้าฝน โดย หากพ่น Killer B แล้ว ฝนตกลงมา ก็พ่น Killer B ซ้ำอีกครั้ง จากที่เคยหมัก Killer B นาน 2 วัน ผมก็หมัก Killer B นาน 5 วันไปเลย นอกจากนี้ การให้อากาศ กับ Killer B ด้วยการเขย่า วันละ 3 ครั้ง เป็นอย่างน้อย  ผมก็ใช้ การเปิด เครื่องออกซิเจน ตู้ปลา โดยเปิดนานครั้งละ 5-10 นาที วันละ 3 ครั้ง

                                 เป็นอย่างน้อย โดยเราจะหมัก Killer B ในภาชนะ ขนาด มากกว่า 5 ลิตร เพื่อ ป้องกันไม่ให้เกิดฟองของแลคตาซอย หมักกับ Killer B ต้องระวังฟองที่เกิดขึ้นด้วย กรณี หมัก Killer B นานหลายวัน เราสามารถเพิ่ม แลคตาซอย และน้ำตาลได้ เพื่อที่ให้มั่นใจว่า แบคทีเรีย Killer B มีอาหารมากพอ และมีอากาศมากพอ โดยเราจะใช้การเกิด เครื่องออกซิเจน ตู้ปลาช่วยนั่นเอง การที่ เรานั้น หมัก Killer B นานกว่า 5 วัน และใช้ เครื่องออกซิเจน ตู้ปลา จะทำให้ ประสิทธิภาพ การรักษาโรคแคงเกอร์เพิ่ม ขึ้นกว่า 10 เท่า และ เป็น วิธี ที่รับรองผลว่า เราจะสามารถรักษาโรคแคงเกอร์ได้หายขาดแน่นอน



โดยใช้เทคนิค 3 ข้อ

1. ฝนตกลงมา ก็พ่น Killer B ซ้ำอีกครั้ง
2. หมัก Killer B นานอย่างน้อย 5 วัน
3. เปิด ใช้เครื่องออกซิเจน ตู้ปลาวันละ 3 ครั้ง

วันศุกร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2559

การป้องกันโรครากเน่าโคนเน่า

โรคนี้เกิดจากเชื้อราหลายชนิด   โรครากเน่าโคนเน่า พบในมะนาว ส้ม มะกรูด และพืชอีกหลายชนิด
สาเหตุสำคัญของโรคนี้คือดินมีเชื้อราที่ก่อโรครากเน่า บวกกับกดินอาจมีความชื้นสูงทำให้เชื้อรามากขึ้น
วิธีป้องกันโรครากเน่าโคนเน่าที่ผู้เขียนรับรองมี 4 ขั้นตอนซึ่งก็คือ


  1. คลุกดิน หรือวัสดุปลูกด้วยเชื้อ Killer B โดยมีการให้ซ้ำทุก 6 เดือน กรณีไม่มีเขื้อ Killer B  แนะนำให้ใช้        ยาเมทาแล็กซิล 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ราดดิน  หรือ วัสดุปลูกให้ชุ่ม โดยให้ทำทุก  3 เดือน
  2. จุ่มรากมะนาวในเชื้อไตรโครเดอร์ม่าให้ทั่วทุกราก  ในจุ่มนาน  อย่างน้อย 5 นาที  ก่อนนำมะนาวไปปลูก
  3. ปลูกมะนาว  ส้ม แบบยกร่องสูงอย่างน้อย 50 เซนติเมตร วิธีนี้  จะทำให้น้ำไม่ท่วมขัง  ดินไม่แฉะ
  4. ปรับความเป็นกรดด่างของดินทุก 3 เดือนให้อยู่ในช่วง 5.5-7.0 วิธีนี้จะทำให้พืชแข็งแรงและโตเร็ว


การนำวิธีป้องกันโรครากเน่าโคนเน่า ทั้ง 4 ขั้นตอนไปใช้รับรองว่า  มะนาว มะกรูดของท่านจะไม่เป็นโรครากเน่าโคนเน่าโดยเด็ดขาด เลยรับรองได้ ครับ

วันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

4 วิธีป้องกันโรคแคงเกอร์แบบชิวๆ

โรคแคงเกอร์เป็นโรคที่กวนใจชาวสวนมะนาว สวนส้ม และมะกรูดมากพอสมควร
 เพราะโรคนี้สร้างความเสียหายต่อกิ่ง  ใบ และผลมะนาว หรือพืชตระกูลส้ม
โรคแคงเกอร์นั้นเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ที่ระบาดหรือติดต่อได้อย่างรวดเร็วมาก
การรักษาโรคให้หายขาดมีความเป็นไปได้น้อย  การใข้สารกลุ่มคอปเปอร์นั้น
ช่วยควบคุมโรคได้  แต่อย่างไรก็ตามโรคแคงเกอร์มักไม่หายขาด เมื่อหน้าฝน



หรือเมื่อมีความชื้นสูง  หรือ  ลมพายุ โรคแคงเกอร์มักกลับมาระบาดเสมอๆ  
ต่อไปนี้ คือ 4 วิธีป้องกันโรคแคงเกอร์ที่ได้ผลได้แก่

  1. ใช้กิ่งพันธุ์ปลอดโรคแคงเกอร์ ที่มีการรับประกันคุณภาพ
  2. แช่กิ่งตอนด้วยแลคตาซอยหมัก Killer B 60 นาที ก่อนปลูก
  3. พ่นเชื้อแบคทีเรีย Killet B ทุก 2 ถึง 3 เดือนต่อครั้ง
  4. ตัดแต่งกิ่งให้โปร่ง  แสงเข้าถึงทุกกิ่งใบ 100% เต็ม

และทั้งหมดนี้คือวิธีป้องกันโรคแคงเกอร์แบบรับรอง 100% ได้ผลแน่นอนครับ

วันอังคารที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

เก่งเรื่องมะนาวต้องรู้จักป้องกัน

คนดีชอบแก้ไขคนจัญไรชอบแก้ตัวคนฉลาดชอบป้องกัน





โรคแคงเกอร์ระบาดเต็มสวนแล้วค่อยหายามารักษา

ผลมะนาวโดนขโมยยกสวนแล้วค่อยคิดหาคนมาเฝ้าสวน

มะนาวเป็นโรครากเน่าเริ่มทยอยตายแล้วจึงคิดรักษา

ใบมะนาวถูกหนอนเพลี้ยทำลายเกือบหมดแล้วค่อยคิดแก้ไข

สวนมะนาถูกไฟไหม้เสียหายแล้วค่อยทำแนวกันไฟ


           คุณเป็นแค่คนดีหรือเปล่า  หรือ อยากเป็นคนฉลาดด้วย


              ลงมือป้องกันปัญหาดีกว่าแก้ไขครับ ลงมือทำได้เลย

วันจันทร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ปัญหา หน้าฝน แคงเกอร์เจ้าตัวร้าย ตายยาก 1

ปราบแคงเกอร์ให้ได้ผลเด็ดขาดทำยังไง เริ่มท้อแล้ว



   มะนาวทั้งสวน  ใบมีจุดเหลือง  เต็มไปหมด  เป็นมาก เกือบทุกต้น ใช้ยาอะไรก็
ไม่หายฟังกูราน  หรือ แม้แต่ Killer B ก็เอาไม่อยู่ ผมอยากบอกว่า  คุณพลาดแล้ว ล่ะครับ
หากไม่อยากเจองานยาก  ควรป้องกัน หรือรักษา โรคแคงเกอร์  ก่อนเข้าหน้าฝน
ใช้ Killer  B ก่อนหน้าฝนมันจะง่ายมาก  เมื่อมีฝนตก  เชื้อแคงเกอร์จะลอยตามลม



และไปกับน้ำฝนที่โปรยปราย ความชื้น  ที่มีมาก ทำให้เชื้อแคงเกอร์ ระบาดหนักมาก
เอาละและจะปราบแคงเกอร์หน้าฝนอย่างไร  ให้ได้ผลดี  มันมีสูตรสามขั้นตอนคือ

  1. ตัดแต่งกิ่งระดับทำสาว
  2. หมัก Killer B ขั้นเทพ
  3. พ่น Killer B แบบสายโหด
แล้วอย่าลืมมาติดตามต่อ ครับ ว่าจะปราบโรคแคงเกอร์อย่างไรให้เอาอยู่ น่ะครับ


วันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

อยากรวยด้วยมะนาว ต้องตัดแต่งกิ่งให้เป็น

การตัดแต่งกิ่งมะนาว  อย่างถูกต้อง จะเป็นเส้นขั้น ระหว่างเกษตรกรทั่วไป  กับ เกษตรกรที่มีความรู้ทางวิชาการแน่น  เนื่องจาก ชาวสวน จำนวนไม่น้อยที่ไม่ยอมตัดแต่กิ่งมะนาว  ทำให้เกิดปัญหาตามมามากมาย ซึ่งได้แก่







  1. เกิดโรคมากขึ้น ทั้งเชื้อรา  และ โรคแคงเกอร์ เพราะ หากทรงพุ่มมะนาวทึบแน่นเกินไป จะทำให้แสงแดด ไม่สามารถส่องถึงได้ในทุกๆ กิ่ง ทุกๆ ใบ ทำให้ต้นมะนาวมีความชื้นสูง  ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญในการเกิดโรคต่างๆ
  2. ทรงพุ่มมะนาวทึบแน่นเกินไป จะทำให้ สิ้นเปลืองเวลา และเงินทองในการพ่นปุ๋ยทางใบ   หรือ  พ่นยาฆ่าแมลง
  3. ดินที่โคนต้นมะนาวจะชื้นตลอดเวลา ทำให้การทำมะนาวนอกฤดู นั้นยากขึ้น  เนื่องจากการบังคับมะนาวให้ออกดอก จำเป็นต้องให้ต้นมะนาวแสดง อาการขาดน้ำก่อน
  4. ใบมะนาวจะสังเคราะห์แสงได้ไม่เต็มที่ เนื่อง จาก ใบมะนาวบางส่วนไม่ได้รับแสงแดดมากพอ  ทำให้มะนาวสะสมอาหารได้น้อย  ส่งผลให้มะนาวโตช้ากว่าปกติ
  5. ผลผลิต ของมะนาวจะต่ำมาก อย่างชัดเจน  เนื่องจากการตัดแต่งกิ่งมะนาว จะทำให้มีการแตกยอดออกมาใหม่ โดยจะมีกิ่งที่เพิ่มขึ้นมาเป็น 2 -3 กิ่งต่อการตัดแต่งกิ่งแต่ละครั้ง 

วีดีโอแนะนำการตัดแต่งกิ่ง

อยากรวยด้วยมะนาว ต้องตัดแต่งกิ่งให้เป็น

การตัดแต่งกิ่งมะนาว  อย่างถูกต้อง จะเป็นเส้นขั้น ระหว่างเกษตรกรทั่วไป  กับ เกษตรกรที่มีความรู้ทางวิชาการแน่น  เนื่องจาก ชาวสวน จำนวนไม่น้อยที่ไม่ยอมตัดแต่กิ่งมะนาว  ทำให้เกิดปัญหาตามมามากมาย ซึ่งได้แก่



  1. เกิดโรคมากขึ้น ทั้งเชื้อรา  และ โรคแคงเกอร์ เพราะ หากทรงพุ่มมะนาวทึบแน่นเกินไป จะทำให้แสงแดด ไม่สามารถส่องถึงได้ในทุกๆ กิ่ง ทุกๆ ใบ ทำให้ต้นมะนาวมีความชื้นสูง  ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญในการเกิดโรคต่างๆ
  2. ทรงพุ่มมะนาวทึบแน่นเกินไป จะทำให้ สิ้นเปลืองเวลา และเงินทองในการพ่นปุ๋ยทางใบ   หรือ  พ่นยาฆ่าแมลง
  3. ดินที่โคนต้นมะนาวจะชื้นตลอดเวลา ทำให้การทำมะนาวนอกฤดู นั้นยากขึ้น  เนื่องจากการบังคับมะนาวให้ออกดอก จำเป็นต้องให้ต้นมะนาวแสดง อาการขาดน้ำก่อน
  4. ใบมะนาวจะสังเคราะห์แสงได้ไม่เต็มที่ เนื่อง จาก ใบมะนาวบางส่วนไม่ได้รับแสงแดดมากพอ  ทำให้มะนาวสะสมอาหารได้น้อย  ส่งผลให้มะนาวโตช้ากว่าปกติ
  5. ผลผลิต ของมะนาวจะต่ำมาก อย่างชัดเจน  เนื่องจากการตัดแต่งกิ่งมะนาว จะทำให้มีการแตกยอดออกมาใหม่ โดยจะมีกิ่งที่เพิ่มขึ้นมาเป็น 2 -3 กิ่งต่อการตัดแต่งกิ่งแต่ละครั้ง 
วีดีโอแนะนำการตัดแต่งกิ่ง