วันอังคารที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2558

การปลูกมะนาวใหม่



1 ควรปลูก ตอนเย็น และ มีน้ำรดมะนาวตลอด 14 วันแรก

เลือกมะนาวในถุงดำที่อนุบาลไว้อย่างน้อย 14 วัน

ให้ จุ่มรากมะนาว ด้วยไตรโครเดอร์ม่า หรือ แบคทีเรีย คิลเลอร์บี

ก่อนปลูกเสมอ  เพราะช่วยป้องกันโรครากเน่า โคนเน่าได้


2 เตรียมไม้ปักพยุงต้นมะนาว ยาวสัก 50  cm


3 แกะมะนาว จากถุงดำ  นำมาวางในหลุมปลูก

โดยมีดินดีๆ รองไว้แล้ว สัก 25 cm ปลูกระดับ 10-15 cm



4 รองก้นหลุ่มด้วย ปุ๋ยละลายช้า และ สตาร์เกิ้ลจี

อย่างละ 1-2 ช้อนชา ต่อมะนาว 1 ต้น



5 รดน้ำ ทุกวัน จนมะนาวเริ่มแตกยอดใหม่


6 เมื่อมะนาว แตกยอดใหม่ ใช้สารกำจัดแมลงสูตรคุมยอด 1-4-8

วันที่ 1 ใช้ Cypermethrin 35% 15 cc ต่อน้ำ 20 ลิตร  +สารจับใบ
วันที่ 4 ใช้ โปรวาโด้  2 กรัม  ผสมน้ำ 20 ลิตร +สารจับใบ แล้วพ่น
วันที่ 8 ใช้ เซพวิน   40 กรัม  ผสมน้ำ 20 ลิตร  +สารจับใบ แล้วพ่น

*พ่นแบคทีเรีย คิลเลอร์บี  1 ครั้ง พอมะนาวครบ 14 วัน



7 พ่นปุ๋ยทางใบ สูตรโยกหน้าทุก 14 วัน
ใน 2 เดือนแรก

8 พอมะนาว ครบ 2  เดือน ให้น้ำ วันเว้นวัน

9 และ ใช้ปุ๋ยยาร่า สูตร 21-7-14   หรือ ใส่ปุ๋ยทางดิน 15-15-15+ยูเรีย+0-0-60 ตามขนาดทรงพุ่ม ทุก 2 เดือน

*พ่นใบแบคทีเรีย คิลเลอร์บี  1 ครั้ง+ ราดดิน   พอมะนาวครบ 3 เดือน

10 ปรับ pH ดิน 6.0-7.0 ทุก 4 เดือน


หากดินเป็นกรด มาก ให้ ทยอย ใส่ ปูนขาว ทุก  7 วัน ปรับจนได้   pH ดิน 6.0-7.0

แล้วติดตามวัด  pH  ทุก 4 เดือน
* ตัดแต่งกิ่ง ตามสูตร รศ.ดร.รวี เมื่อมะนาวครบ 4 เดือน

วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2558

เชื้อ BS บาซิลัส ปราบแคงเกอร์ ทดสอบแล้ว ได้ผลลัพธ์ยอดเยี่ยม

เชื้อ BS บาซิลัส ปราบแคงเกอร์


โรคแคงเกอร์ กวนใจ ชาวสวนมะนาว มะกรูด มาก เพราะ โรคแคงเกอร์ นั้น ทำลายใบ

ทำลายกิ่ง  และ ทำลายผล มะกรูด มะนาว ให้เสียหายมาก  และรักษายาก เป็นแล้ว

เป็นอีก  ทำให้เกษตรกร ต้องใช้ยากลุ่ม คอปเปอร์ และ สเตรปโตมัยซิน บ่อยๆ ซึ่งมีข้อเสีย

ได้แก่

1  คอปเปอร์ คือ ทองแดง พ่นบ่อยๆ เกิดพิษสะสม ของทองแดง ส่งผลเสีย ต่อระบบนิเวศมากมาย

2 สเตรปโตมัยซิน เป็น ยาปฏิชีวนะ ใช้ในการรักษาโรควัณโรค ใน คน การใช้ ยา สเตรปโตมัยซิน

ในสวนมะนาว จะส่งผลทำให้ เชื้อวัณโรค ในมนุษย์ดื้อยา ตัวนี้ได้ โดยเฉพาะการใช้ในแปลงปลูก

3 คอปเปอร์ และ สเตรปโตมัยซิน มีราคาแพง ต้องพ่นบ่อยๆ จึงจะควบคุมโรคแคงเกอร์ได้

ทางออก ในการคุมโรคแคงเกอร์ แบบปลอดสารพิษ คือ การใช้ น้ำนมหมักเชื้อ BS

เชื้อ BS คือ เชื้อ บาซิลลัส ซับทิลิส ที่กำจัดแบคทีเรีย ก่อโรคแคงเกอร์ได้ดีมากๆ

และ เชื้อ BS ยังสามารถ กำจัดเชื้อรา ไฟท็อปเทอร่า ที่ก่อโรครากเน่า โคนเน่าได้ดีอีกด้วย

ดังนั้น การใช้ เชื้อ BS จึงสามารถควบคุมได้ ทั้งโรคแคงเกอร์ และ โรครากเน่า โคนเน่า

การเตรียมนมหมัก เชื้อ BS Bacillus Subtilis 
ส่วนผสม
·      หัวเชื้อแบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis)  ชนิดผง 1 ช้อนชา
·      นม UHT รสหวาน 1 กล่อง 250 ml
·      นมแลตาซอย 1 กล่อง 250 ml
·      น้ำตาลกลูโคส หรือ น้ำตาลทราย 3 ช้อนชา

การเตรียม

      ผสมให้เข้ากันในขวดน้ำอัดลมพลาสติก ขนาด 1.25 ลิตร หมักไว้ในห้องที่มีอากาศร้อน (อย่าปิดฝาแน่น)  แต่ไม่ให้โดนแสงแดด  เก็บไว้นาน 48-60 ชั่วโมง จึงนำมาใช้ได้  พยายาม อย่าให้มดขึ้นด้วย  เวลาใช้ นำน้ำยาที่ได้ 150 ml ไป ผสมน้ำ 20 ลิตร และ ผสมสารจับใบด้วย ในการพ่นใบมะนาว มะกรูด ส้ม ที่เป็นโรคแคงเกอร์ ควรพ่นตอนเย็นจะได้ผลดีกว่า

การใช้งานน้ำนมหมัก เชื้อ BS

น้ำนมหมัก เชื้อ BS  150 cc ผสม น้ำปลอดคลอรีน 20 ลิตร และ สารจับใบ 25 cc
ฉีดพ่นให้ทั่วใบ กิ่งมะนาว  และ พื้นดิน ใต้ต้นมะนาวให้ทั่ว ในการพ่่น น้ำนมหมักเชื้อ BS
ให้พ่น 3 ครั้ง ก่อน โดย สูตร 1  4  8  แล้ว ต่อมาให้พ่น น้ำนมหมัก เชื้อ BS เดือนละ 1 ครั้ง
จนโรคแคงเกอร์หายไป จากสวนมะนาว มะกรูด

วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2558

การเตรียมหลุมปลูกมะนาวลงดิน

ในการปลูกมะนาวลงดิน ควรไถดินให้เป็นลูกฟูก สูงจากพื้น ราว ๆ 50-80 cm

เพื่อป้องกันน้ำขัง และโรครากเน่าโคนเน่า  โดยการยกลูกฟูก จะบังคับมะนาว

ให้อดน้ำ ขาดน้ำได้ดีกว่าปลูกลงดินธรรมดา ทำให้ออกดอกได้ง่ายกว่าเดิม

โดยควรมีการเพิ่มปุ๋ยพืชสดในดิน เพื่อปรับปรุงดิน ผมแนะนำให้ปลูกปอเทือง

รอจนออกดอก แล้วไถกลบ ทำให้ดิน มีอินทรีย์ว้ตถุเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว

นอกจากนี้ ปอเทืองยังให้ไนโตรเจนในดินได้ อีกด้วย น่ะครับ หากปลูกปอเทือง

2 รอบ ก่อนปลูกมะนาว ภายใน 2 ปี แรก ไม่ใส่ปุ๋ยคอก ให้มะนาว ก็ยังได้ครับ



การขุดหลุม ควร กว้าง 50 cm ลึก  40 cm หลังจากนั้น

ตากหลุมให้โดนแดด สัก 7 วัน เพื่อฆ่าเชื้อโรค ให้รอง ก้นหลุม

ด้วยทรายหยาบ แกลบดิบ  แกลบเผา และ  ปุ๋ยคอกเก่า (กรณีไม่มีปอเทือง)

โดยผสมดินรองก้นหลุมสัก  28 cm ปรับ pH ดินที่ 6.0-7.0 


อีก 12 cm เอาไว้ปลูกมะนาวครับ  หากจะป้องกันโรครากเน่า ควรโรยด้วย

หัวเชื้อหยาบของ ไตรโคเดอร์ม่าก่อนปลูก ครับผมโดยใส่ 2 ช้อนช้า

แล้วราดน้ำให้พอเปียก อาจใช้ หัวเชื้อหยาบ คลุกผสมกับกินปลูกได้



วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2558

การอนุบาลมะนาวกิ่งตอนก่อนปลูก

เมื่อได้กิ่งตอนมะนาวมาล้าง ทำความสะอาด ตัดแต่งกิ่ง ใบที่เสียหาย หรือ มากเกินออก

หากกิ่งมีโรคแคงเกอร์ให้ ตัดใบ+ กิ่ง ที่เป็นโรคทิ้ง แล้วแช่  Super C ( 1 ซอง ต่อ น้ำ 100 ลิตร)



นาน 30-45  นาทีก่อนเพื่อ ฆ่าเชื้อโรคที่ติดมากับกิ่งพันธุ์

หลังจากนั้น ล้างน้ำเปล่าให้สะอาด เต็มที่

ต่อมา นำกิ่งตอน  แช่กิ่งใน น้ำผสมเชื้อ BS   หรือ Killer B นาน 30 นาที โดยแช่ให้กิ่งตอนจมมิดน้ำ

 ทั้งกิ่ง นำมาชำลงถุงดำ โดยใฃ้ดินผสม หรือ แกลบเผา+ ทรายหยาบ+ขุยมะพร้าว  ไว้ในร่ม แดดพอรำไร

โดยอนุบาลไว้สัก 14 -21 วันกำลังดี โดยควรรดน้ำแต่น้อย ทุกๆ วัน พอชื้น อย่าได้ขาด



อาจควบคุมโรคแคงเกอร์ และ รากเน่าโคนเน่า โดยใช้เชื้อแบคทีเรีย BS หรือ Killer B 

รดมะนาว ทุก 5 วัน สามารถใช้ สตาร์เกิ้ลจี โรย ในถุงดำ 1-2 ช้อนชา เพื่อป้องกันหนอนเพลี๊ยะ

ใส่ในถุงดำ เลย



และ อาจใส่ปุ๋ย ออสโม้โค้ท 13-13-13 1 ช้อนชาเพื่อให้ ธาตุอาหารต่างๆ

วัสดุปลูกที่ใช้ ในถุงดำที่ดี ควรเป็นทรายหยาบ แกลบดำ  และ ขุยมะพร้าว

ในสัดส่วน  4:   1:   1 โดย แกลบดำ ควรล้างแช่น้ำสัก 1-2 คืนก่อนใช้



เป้าหมายในการอนุบาลมะนาวคือ

1 เพื่อ ให้รากมะนาวเดินดีเต็มที่

2 เพื่อ กำจัดควบคุมโรคแคงเกอร์และกิ่งที่ไม่จำเป็น


การใช้ Killer B

ประโยชน์
ป้องกัน และ รักษาโรคแคงเกอร์ + โรครากเน่าโคนเน่า

รักษา แคงเกอร์ รากเน่า โคนเน่า
สินค้า Killer B

การใช้งาน
1 Killer B 1ซองเล็ก
2 ผสม แลคตาซอย 500 มิลลิลิตร + น้ำตาล 5 ช้อนชา
3 เติมน้ำ 200 มิลลิลิตร
4 ผสมให้เข้ากันในภาชนะ ขนาด 1,500-10,000 มิลลิลิตร
(ขนาดยิ่งใหญ่ ยิ่งดี )
5 เขย่า หรือ คนให้เข้ากันวันละ 4 ครั้ง
หรือ เปิด ออกซิเจน นานวันละ 60 นาที
6 ตั้งทิ้งไว้ นานอย่างน้อย  3- 5 วัน แต่ไม่เกิน 10 วัน

*** อาจเกิดฟอง แก๊ส กลิ่น หรือ การแยกชั้น ของนมได้***

การผสมเพื่อใช้งาน
Killer B ที่หมักแล้ว จำนวน 100 ถึง 200 มิลลิลิตร ผสม น้ำ 20 ลิตร
และ น้ำยาล้างจาน 20 มิลลิลิตร 
ฉีดพ่นให้ทั่วทุกใบ หรือ ดินรอบๆ โคนต้น+ ทรงพุ่ม





 

วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2558

รากเน่า โคนเน่า อันตรายที่สุด ของมะนาว

มะนาว เมื่อ รากเน่า โคนเน่า แล้ว หากไม่รีบรักษา ต้นมะนาวตายแน่นอน
ดังนั้น เราต้องป้องกันไม่ให้มะนาวเกิด รากเน่า โคนเน่า สาเหตุก็คือ

1 ความชื้นสูง
2 หลุมปลูกลึกเกินไป
3 รากมะนาว ขาด O2
4 ดินกรด หรือ ด่างเกินไป
5 เชื้อราบางชนิด



อาการของมะนาวรากเน่า คือ ใบจะเหลือง หรือ ใบเหี่ยวจากยอดก่อน ต่อมาใบจะร่วง

กิ่งมะนาวก็ จะค่อยๆ แห้งตาย ตาม ต่อมา ต้นมะนาว ก็จะตาย

การป้องกันโรครากเน่า

1 ปลูกมะนาวในดินร่วน ดินทราย การระบายน้ำต้องดี เมื่อไม่มีน้ำขังรากก็ได้ Oxygen เพียงพอ

2 ยกร่องให้สูง อย่างน้อย 50 cm หากเป็นที่ลุ่ม ต้องยกร่องสูง 90 cm เพื่อไม่ให้น้ำขัง น้ำมาก

เชื้อราเติบโตดี เชื้อราไฟทอปเทอร์ร่า ทำลาย รากมะนาวได้ดีมาก

3 เชื้อแบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส กำจัด ป้องกันเชื้อราได้ดี ควรใส่เชื้อลงในดิน

4 อย่าขุดหลุมลึก  เพราะรากมะนาวลึก น้ำจะขังง่าย ขาด Oxygen ง่ายรากก็ตายได้

ขุดหลุมปลูกมะนาว สัก 30-40 cm ใส่ดินสัก 15-20 cm เอามะนาวปลูกที่ความลึก 15 cm พอ

5 ยาเมทาแล็กซิล ใส่ดิน ตอนปลูกมะนาว  และใส่เพิ่มปีละ 1 -2 ครั้ง ขึ้นกับความชื้นในดิน

6 รดน้ำเท่าที่จำเป็น ปกติ มะนาว รดน้ำทุก 3 วัน ยกเว้น ช่วงก่อนออกดอก ต้องงดน้ำ

ช่วงมะนาวออกดอก  หรือ ปลูกใหม่ๆ ต้องให้น้ำน้อยๆ แต่ให้ทุกวัน


7 ปรับ pH ดินให้ได้ 6.0 -7.0 โดยตรวจสอบ pH ดินปีละ 2 ครั้ง


วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

แคงเกอร์ canker อุปสรรคแรกที่ชาวสวนมะนาวต้องเจอ

                  โรคแคงเกอร์ มัก พบกับ มะนาว มะกรูด ส้ม  โดยเฉพาะ มะนาวแป้นรำไพ ที่ เป็นมะนาวที่แม่ค้าในตลาด นิยมมากที่สุด เป็น โรคแคงเกอร์ บ่อยมาก  นอกจากนี้ มะนาวแป้นพวง มะนาวแป้นจริยา ก็ อ่อนแอต่อโรคแคงเกอร์  ส่วนมะนาวแป้นพิจิตร กับ มะนาวตาฮิติ ทนต่อโรคแคงเกอร์ดีพอสมควร โรคนี้มักพบที่ใบจะมีรอยโรคเป็นจุดสีน้ำตาล และอาจเกิดแผลที่ใบอาจมีรอยแตกร้าว 


 นอกจากนี้ อาจพบรอยโรคที่กิ่ง ก้าน ลำต้น และผลได้โดยโรคแคงเกอร์นั้นมีสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรีย ที่มีชื่อว่า Xanthomonas axonopodi. pv citri. กล่าวแบบสั้นๆ ก็คือ โรคแคงเกอร์ สาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรียนั่นเอง โรคแคงเกอร์นั้นจะระบาดมากเมื่อมีความชื้นสูง กระแสลมแรง และ หนอนชอนใบเข้าทำลายใบมะนาว หรือ ใบส้ม จะทำให้โรคแคงเกอร์ระบาดมากขึ้น การกำจัดโรคแคงเกอร์เริ่ม จากการตัดกิ่งใบที่เป็นโรคทิ้งไปให้มากที่สุด  และใช้สารประกอบ copper หากมีการรบาดของโรคมาก  โดยมีขั้นตอนดังนี้

  1. ตัดแต่งกิ่งใบที่เป็นโรคทิ้ง
  2. ระบาดมาก ใช้สารประกอบ copper ยี่ห้อ ฟังกูราน หากระบาดน้อย ใช้นมหมักแบคทีเรีย BS
  3. หลังจาก พ่น ยาตาม ข้อ 2 ได้สามวันให้ พ่น นมหมักแบคทีเรีย BS อีก 3 ครั้ง โดยพ่น ทุก 7 วัน
  4. ราดโคนต้นมะนาว ด้วย นมหมักแบคทีเรีย BS ปีละ 1 ครั้ง 
  5. หลังจากโรคแคงเกอร์สงบแล้ว พ่น นมหมักแบคทีเรีย BS ทุก 1 เดือน ในกรณีที่โรคแคงเกอร์ไม่ระบาดครบ 6 เดือน เปลี่ยน เป็นพ่น นมหมักแบคทีเรีย BS ทุก 2 เดือน

หมายเหตุ ควรผสมสารจับใบ และ พ่นนมหมักแบคทีเรีย BS ในตอนเย็น  


การเตรียมสารเพาะเชื้อ แบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส
ส่วนผสม
  • หัวเชื้อแบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส (Bacillus subtilis) ผง 1 ช้อนชา หรือ Killer B 1 ซอง
  • นมแลตาซอย 1 กล่อง 500 ml
  • น้ำตาล 5 ช้อนชา 

การเตรียม
ผสมให้เข้ากันในขวดน้ำอัดลมพลาสติก ขนาด 1.25 ลิตร หมักไว้ในห้องที่มีอากาศร้อน (อย่าปิดฝาแน่น) แต่ไม่ให้โดนแสงแดด เก็บไว้นาน 48-72 ชั่วโมง จึงนำมาใช้ได้ พยายาม อย่าให้มดขึ้นด้วย เวลาใช้ นำน้ำยาที่ได้ 100 ml ไป ผสมน้ำ 20 ลิตร ในการพ่นใบมะนาวที่เป็นโรคแคงเกอร์ 

ยา Killer B ฆ่า แคงเกอร์โหดสัส


เลิกกลัว โรคแคงเกอร์อีกต่อไป เพราะวันนี้ เรามียาKiller B
ผมเภสัชเอก รับรองผลว่า Killer B ปราบแคงเกอร์ได้แน่นอน
การใช้งาน Killer B 1 ซอง ผสม แลคตาซอย 500 มล
.+ น้ำตาล 5 ช้อน หมักนาน 5 วัน เต็ม

Killer B 4 ซอง ราคา 200 บาท
Killer B 8 ซอง ราคา 300 บาท
Killer B 16 ซอง ราคา 450 บาท
Killer B 21 ซอง ราคา 500 บาท

ฟรีค่าส่ง แบบ EMS โอนเงินแล้ว

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 4341193414 ศุภรักษ์ ศุภเอม

โทร ติดต่อ 082-3074103

วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

เตรียมกิ่งพันธุ์ก่อนปลูกมะนาว ต้องทำอย่างไร

กิ่งพันธุ์ที่มีจำหน่ายในท้องตลาดบ้านเรา มี 3 ประเภท ได้แก่


1 กิ่งตอน
2 กิ่งชำ
3 ต้นตอส้มหรือมะขวิด ต่อยอดมะนาวพันธุ์ดี

1 กิ่งตอน เป็นกิ่งที่นิยม มากที่สุด เพราะ มัน ขนส่งสะดวก ลูกค้าส่วนมาก เชื่อกันว่ามะนาวที่ตอนจะดีที่สุด มีความคุ้นเคย เวลาซื้อมา ต้อง นำลงมาเพราะชำในถุงดำ อนุบาลในร่มก่อนสัก 10-20 วัน



2 กิ่งชำ นิยมน้อยกว่า กิ่งตอน แต่ สามารถ ทำให้รากเดินดีได้ม่แพ้กิ่งตอน กิ่งอ่อนกว่ากิ่งตอน สะดวกในการขนส่ง มะนาว 1 ต้น อาจผลิตกิ่งชำได้ถึง 400 กิ่ง


3 ต้นตอส้มหรือมะขวิด มักมีรากแก้ว ทำให้ทนแล้งได้ดี ต้นมะนาวจะแข็งแรงกว่า ตายยาก แต่มักขายราคาแพงกว่า กิ่งตอน หรือ กิ่งชำมาก หลายเท่า


เมื่อได้กิ่งพันธุ์มา ควรตรวจดูว่า มีแคงเกอร์หรือ 

ไม่ หากมีที่ใบ ควร เด็ดใบที่ติดเชื้อแคงเกอร์ทิ้ง

และ  ตัดกิ่งที่เป็นโรคทิ้ง 








นำกิ่งมะนาว  มา แช่น้ำยาฆ่าเชื้อ  ใช้ยา Super C 1 ซอง  ละลาย  100 ลิตร  แช่งกิ่งมะนาว

ประมาณ  30-45 นาที ถึงได้ผลดี  ในการฆ่าเชื้อโรคทั้งหมด ที่มากับกิ่งมะนาว แล้ว นำมาปักชำในถุงชำได้ 

Super C




***เมื่อปลูกมะนาวฉีดพ่นใบและกิ่งมะนาวด้วยนมหมัก Killer B จำนวน 3 ครั้ง ห่างกัน 3 วัน ***


และราดดินโคนต้นมะนาว ด้วยนมหมัก Killer B  ปีละ 1-2  ครั้ง



วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ปลูกมะนาวลงบ่อซีเมนต์ ดีกว่าปลูกลงดิน จริงหรือ ???

ในการเลือกปลูกมะนาวนั้น มี สองแนวทาง คือ 

1 วงบ่อซีเมนต์    2 ปลูกลงดิน ยกร่อง


การปลูกแต่ละวิธี มี ข้อดี ข้อเสีย ต่างกัน 

ดังที่จะสรุป ให้ตามนี้ เลยครับ




1 การปลูกมะนาววงบ่อซีเมนต์


ข้อดี
  • เตรียมวัสดุปลูกคุณภาพได้
  • ลดปัญหาวัชพืช
  • ดินเปรี้ยว ดินเค็มก็ปลูกได้
  • บังคับให้อดน้ำง่าย
  • ปลูกได้ถี่มาก 2*1.5 เมตรก็ปลูกได้ 
  • ลดปัญหาน้ำท่วมได้
ข้อเสีย
  • ต้นทุนสูงกว่า ปลูกลงดินเยอะมาก
  • ผลผลิตต่อต้นต่ำกว่าปลูกลงดิน ( 200-1000 ลูก )
  • มะนาวอายุขัยส่วนใหญ่มักไม่เกิน 5 ปี



2 ปลูกมะนาวลงดินแบบยกร่องลูกฟูก


ข้อดี
  • ผลผลิตสูงถึงต้นละ 1000-4000 ลูก
  • อายุขัยมะนาวนานกว่า 10 ปี
  • ต้นทุนการผลิตต่ำกว่ามาก
  • ปลูกห่าง 2*4 เมตร หรือ 2*5 เมตร

ข้อเสีย
  • อาจมีปัญหาหากดินเค็ม ดินเปรี้ยว
  • การจัดการวัชพืชยุ่งยากกว่า
  • บังคับให้มะนาวอดน้ำยากกว่า (จำเป็นบ้างนิดหน่อยต่อการออกดอกมะนาว)



วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2558

5 สิ่งที่ จะต้องเจอ สำหรับ มือใหม่ปลูกมะนาว

เมื่อชาวสวน คิดจะสร้างธุรกิจมะนาวเงินล้าน อุปสรรค แรก


คือ โรคและศัตรูพืช  ที่เราต้องเจอ
และต้องผ่านให้ได้มี 5 อย่างก็คือ


1 โรคแคงเกอร์


2 หนอนชอนใบ และ  หนอนกินใบ


3 ไรแดง


4 โรครากเน่า โคนเน่า


5 เพลี๊ยะต่างๆ


เรามาดูสรุปสั้นๆ กันครับ ว่าจะจัดการ ปัญหาพวกนี้ได้อย่างไร


1 โรคแคงเกอร์ เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย มักพบในมะนาวแป้นต่างๆ


แต่หาก เป็นมะนาวตาฮิติ หรือ แป้นพิจิตร จะทนต่อโรคแคงเกอร์ดีมาก


โรคนี้ ใบมะนาว กิ่งมะนาว  และ ผล จะถูกแบคทีเรียเข้าทำลาย


มะนาวที่เป็นโรคแคงเกอร์มากๆ นี่อาจเสียหายถึงตายได้เลยครับ


การจัดการ ควรคัดกิ่งพันธุ์ปลอดโรคแคงเกอร์ หากพบการระบาดของโรค


ควรตัดใบกิ่งไปทำลาย  และพ่น สารคอปเปอร์โฮดรอกไซต์ หรือ เชื้อแบคทีเรีย BS

หรือ ยา Killer B  ที่ผมผลิต และ วิจัยแล้วว่า ได้ผลดีมาก


สัก  3- 4 รอบ เชื้อแคงเกอร์ จะหยุดระบาดลงได้ครับ

กรณี จะรักษาแคงเกอร์ให้หายขาด ต้องใช้ยา Super C ก่อนครับ

การป้องกันโรคแคงเกอร์

 ควรตัดแต่งกิ่งให้โปร่งมีแสงแดงส่องทั่วถึง

และ ซื้อ กิ่งพันธุ์ที่ปลอดโรคแคงเกอร์ 

 ทำแนวกันลมในสวน ไว้ด้วย โดยแนะนำปลูก กระถินเทพา

รดน้ำที่โคนต้นก็พอแล้ว รดพอชุ่ม อย่าให้น้ำท่วมขังเด็ดขาดไม่งั้น

รากมะนาวจะมีปัญหา รากเน่าตามมาได้ครับ หากได้น้ำมากไป 


ปกติ รดน้ำมะนาว ทุก 2 วันก็น่าจะพอครับ




2 หนอนชอนใบ และ  หนอนกินใบ   ปกติ เกิดจากผีเสื้อ มาวางไข่ มักทำให้ 


ใบมะนาว เสียหาย  มีรอย หรือ ถูกหนอนกัดกิน และ ทำให้โรคแคงเกอร์ระบาดมาก


ยิ่งขึ้น   เราต้องป้องกันหนอนชอยใบด้วยการฉีดพ่น สตาร์เกิ้ล SL ช่วงมะนาว 


แตกใบอ่อน สลับกับการใช้  White Mineral oil ฉีดช่วงมะนาวแตกใบอ่อน สัก 3 ครั้ง

หรือ เราอาจใช้ ยาโปรวาโด อิมิดาคลอพริด ก็ได้ผลดี เช่นกัน




นอกจากนี้ อาจใช้  การโรยผง สตาร์เกิ้ล จี ที่โคนต้นมะนาวได้ 

ในกรณีที่มะนาวมีอายุไม่ถึง 1 ปี  ก็ได้ผลดีเช่นกัน   



3 ไรแดง มักพบในต้นมะนาว ตอนอากาศแห้งแล้ง มักพบในช่วงฝนทิ้งช่วง ฤดูแล้ง

 หรือ ฤดูหนาว ไรแดงทำให้ผลมะนาวเสียหายได้ สามารถใช้การพ่นน้ำที่ต้นมะนาว ในช่วงแล้ง

เพื่อป้องกันไรแดง หริือ ใช้สารซัลเฟอร์ หรือ กำมันถันผง ผสมน้ำพ่นเมื่อพบไรแดง ระบาดได้

นอกจากนี้ เราอาจใช้ยา อามีทราช ก็ได้ผลดี การป้องกันไรแดง ให้พ่นน้ำให้ทั่วสวน เพื่อ เพิ่ม

ความชื้น จะช่วยป่้องกันไรแดง  และ เพลี้ยได้ดีมาก ถึง 80 เลยทีเดียว% 




4 โรครากเน่า โคนเน่า เกิดจากเชื้อราไฟทอร์ปเทอร่า และราชนิดอื่นๆ อีก 2 ชนิด


การให้น้ำมะนาวมากไป หรือมีน้ำขัง  ดินที่ระบายน้ำไม่ดี ทำให้เกิดรากเน่าโคนเน่าได้


การป้องกันจะดีกว่า การรักษา ควรใช้เชื้อราไตรโครเดอร์ม่า มาป้องกันเชื้อรา

 มา ผสมในวัสดุปลูก และใช้ทรายหยาบผสม ในวัสดุปลูกเพื่อป้องกันน้ำขัง หรือ


 ยกร่องลูกฟูกสูง  2 ฟุต ก็ได้ผลดีเช่นกัน โรครากเน่าโคนเน่า ทำให้มะนาวส่วนใหญ่ 

ยืนต้นตายได้เลย ส้ม และ ไม้ผลอื่น ก็เช่นกัน ครับ




เราสามารถป้องกันโรครากเน่า  โดยใช้เชื้อราไตรโครเดอร์ม่า ได้ โดยจุ่มรากมะนาวตอนปลูก


5 เพลี๊ยะต่างๆ   ได้แก่  เพลีั๊ยะอ่อน เพลี๊ยไฟ เพลี๊ยแป้ง เพลี๊ยจักจั่น ก่อนโรคให้มะนาว

มากมายบางโรคทำให้มะนาวตาย ผลผลิตเสียหายรุนแรง  การป้องกัน เพลี๊ย

 จะฉีดพ่นยาฆ่าแมลงเมื่อมะนาวแตกใบอ่อนสูตร 1-4-7 โดยควรใช้สารเคมีสองตัว

ได้แก่ สตาร์เกิ้ล SL   หรือ โปรวาโด   ฟิโพรนิล และ อะบาเม็กติน 

ฉีดช่วงแตกใบอ่อน  อย่าง น้อย สองครั้ง หรือ พบเพลี๊ยะระบาด  สำหรับ ผลมะนาว ไม่ควรใช้ยา

อะบาเม็กติน หรือ แจ็คเก็ต  เพราะ จะทำให้ผลมีรอยดำได้


เพลี๊ยจักจั่น



หมายเหตุ สูตร 1-4-7 รศ.ดร.รวี เสรฐภักดี เป็นคิดค้น ขึ้นมาครับ




วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ปลูกมะนาวพันธุ์ไหนดี ที่สุด

คำถามนี้ ตอบยากเหมือนกันเอาว่า ผมขอตอบเป็นตัวเลือกแล้วกัน


หากมือใหม่ หัดปลูกมะนาว แนะนำ พันธุ์ตาฮิติ หรือ แป้นพิจิตร


ส่วน หากปลูกเป็น อาชีพ ขายส่งตลาด ร้านอาหาร ต้องแป้นรำไพ


แต่ถ้า ชอบของแปลก อาจลองมะนาวแป้นดกพิเศษ ก็ไม่เลวครับ


*****เรามาแนะนำเลย ว่าพันธุ์ไหน เป็นแบบไหน****




พันธุ์ตาฮิติ มะนาวไร้เมล็ด ลูกใหญ่ ใบหนา


ทนโรค เปลือกหนา กลิ่นไม่หอมเหมือนแป้นรำไพ


แต่ปลูกง่าย ทนโรคแคงเกอร์ดี ตลาดเหนือ


และภาคอีสาน ชอบพันธุ์นี้ พอสมควร เหมาะกับมือใหม่


มะนาว พันธุ์ตาฮิติ มีน้ำมาก ใช้เวลา 6 เดือน จึงเก็บผลได้

ตลาดต่างประเทศชอบ พันธุ์ตาฮิติ มาก





แป้นรำไพ เป็นมะนาวแป้น ผลดก กลิ่นหอมมาก เปลือกบาง


ตลาดในประเทศ ต้องการสูง ทุกภาค ปลูกยาก เพราะมีโรค


แคงเกอร์ และ โรครากเน่า มาคอยรบกวน แป้นรำไพบ่อยๆ


แป้นรำไพเหมาะ กับเกษตรกร มืออาชีพ ที่จะทำสวนอย่างจริงจัง


แป้นรำไพราคาดีมาก  ผลขายง่าย กลิ่นหอม เปลือกบาง

กิ่งพันธุ์แป้นรำไพหาง่าย    ราคาถูก  มะนาวพันธุ์นี้  ใช้เวลา 5 เดือน เก็บขายได้


นอกจากนี้ พันธุ์มะนาว ที่ขายง่าย ได้แก่ แป้นพวง แป้นเพรชบุรี มะนาวไข่



แป้นพิจิตร ลูกดก โตเร็ว ทนโรคแคงเกอร์ แต่เปลือกหนา เมล็ดเยอะ



ตลาดบางแห่ง ชอบ แป้นพิจิตร มาก บางที่ไม่ชอบ

เมื่อออกดอกแล้ว ใช้เวลา 5 เดือน จึงเก็บผลมาขายได้


แป้นพิจิตร ปลูกง่าย ทวาย ทนแคงเกอร์  เหมาะกับมือใหม่ 

การปลูกแป้นพิจิตร ควรหาตลาดมารองรับให้ดี 

ราคาขายผล อาจต่ำกว่าแป้นรำไพ สักเล็กน้อยครับ